
ดาวโจนส์ปิดบวก 82.66 จุด นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ธ.ค.) เพิ่มกว่า 80 จุด แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับขึ้นไม่มากนัก นักลงทุนยังวิตกกังวลจากการที่ปรึกษาทำเนียบขาวได้ออกมาขู่ว่าจะปล่อยให้มีการปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาล หรือ "ชัตดาวน์" หากสภาคองเกรสไม่ผ่านงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,675.64 จุด เพิ่มขึ้น 82.66 จุด หรือ +0.35% ขณะที่ ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,546.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.22 จุด หรือ +0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,783.91 จุด เพิ่มขึ้น 30.18 จุด หรือ +0.45%
ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นไม่มาก จากแรงหนุนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมฟื้นตัวขึ้น นำโดย หุ้นโบอิ้ง ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.8% และหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัว โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 2.5%, หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.3%, หุ้นอเมซอนดอทคอม พุ่งขึ้น 2.01% อย่างไรก็ดี ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจถูกชัตดาวน์ หลังจาก นายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบขาว เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างงบประมาณวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ก่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก มิฉะนั้นแล้ว รัฐบาลอาจจำเป็นต้องปล่อยให้หน่วยงานบางส่วนถูกชัตดาวน์ เพื่อแลกกับความมั่นคงตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่จะทราบผลการประชุมเฟดในวันที่ 19 ธ.ค. (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยคาดการณ์ว่า เฟดจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ท่ามกลางแรงกดดันของประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่ออกมาทวีตข้อความล่าสุด ว่า "ผมหวังว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะอ่านบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ "วอลล์สตรีท เจอร์นัล" ก่อนที่พวกเขาจะทำผิดพลาดอีกครั้งหนึ่ง และอย่าได้ทำให้ตลาดขาดสภาพคล่องมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ขอให้เข้าใจความรู้สึกของตลาด อย่าได้ดำเนินการตามตัวเลขที่ไม่มีความหมาย ขอให้โชคดี"
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,675.64 จุด เพิ่มขึ้น 82.66 จุด หรือ +0.35% ขณะที่ ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,546.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.22 จุด หรือ +0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,783.91 จุด เพิ่มขึ้น 30.18 จุด หรือ +0.45%
ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นไม่มาก จากแรงหนุนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมฟื้นตัวขึ้น นำโดย หุ้นโบอิ้ง ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.8% และหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัว โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 2.5%, หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.3%, หุ้นอเมซอนดอทคอม พุ่งขึ้น 2.01% อย่างไรก็ดี ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจถูกชัตดาวน์ หลังจาก นายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบขาว เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างงบประมาณวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ก่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก มิฉะนั้นแล้ว รัฐบาลอาจจำเป็นต้องปล่อยให้หน่วยงานบางส่วนถูกชัตดาวน์ เพื่อแลกกับความมั่นคงตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่จะทราบผลการประชุมเฟดในวันที่ 19 ธ.ค. (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยคาดการณ์ว่า เฟดจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ท่ามกลางแรงกดดันของประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่ออกมาทวีตข้อความล่าสุด ว่า "ผมหวังว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะอ่านบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ "วอลล์สตรีท เจอร์นัล" ก่อนที่พวกเขาจะทำผิดพลาดอีกครั้งหนึ่ง และอย่าได้ทำให้ตลาดขาดสภาพคล่องมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ขอให้เข้าใจความรู้สึกของตลาด อย่าได้ดำเนินการตามตัวเลขที่ไม่มีความหมาย ขอให้โชคดี"






