
แนะโฟกัส FED หาสัญญาณบ่งชี้การขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า เพื่อใช้คาดการณ์ราคาทองคำ
ครบเครื่องเรื่องทองกับ YLG
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างมาก โดยในปีนี้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ ในเดือนมี.ค., มิ.ย. และก.ย. ส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าและกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในวันที่ 18-19 ธ.ค.ยังคงอยู่ในระดับสูงและนั่นอาจทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ครบ 4 ครั้งตามคาด
แม้ปีนี้เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ตามคาด อย่างไรก็ดีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้ากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยหากเราย้อนกลับไปดู Dot Plot หรือ คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดจะพบว่าบ่งชี้ถึงการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2019 แต่ล่าสุดเทรดเดอร์สัญญาอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นคาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปี 2019 เท่านั้น ทางด้านผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 69 ท่านที่ดำเนินการโดย Reuters ในวันที่ 13-19 พ.ย. บ่งชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์จำนวน 50 คนจาก 69 คนหรือหนึ่งในสามมองว่ามีความเสี่ยงที่เฟดจะ “ชะลอ” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า และมีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 19 คนจาก 69 คนที่คาดว่าเฟดอาจ “เร่ง” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019
สาเหตุผลักดันที่นักลงทุนคาดการณ์ถึงการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด คือ แนวโน้มที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯเผชิญกับปัจจัยกดดันที่ก่อตัวขึ้นทั้งผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้าและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้าท่ามกลางอุปสงค์ภายนอกที่ชะลอตัวลง และอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เริ่มจางหายไป ขณะที่แรงดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงเชื่องช้าแม้ว่าตลาดแรงงานจะตึงตัวก็ตาม
แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเองก็เสียงแตกมากขึ้น โดยนายริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.ว่า เฟดใกล้ถึงจุดที่จะกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่เป็นกลางแล้ว และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปควรอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับ อีกทั้งยังกล่าวเสริมอีกว่ามีหลักฐานบางประการที่บ่งชี้เกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัส กล่าวต่อ Fox Business ในวันเดียวกันว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอาจเป็นเพียงปัจจัยกดดันเล็กน้อยซึ่งอาจลุกลามไปยังสหรัฐฯ ได้ ความเห็นของประธานเฟดได้กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไวกว่าที่ตลาดคาดไว้ จนก่อให้เกิดแรงขายกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าจนส่งผลหนุนราคาทองคำ
ดังนั้น YLG จึงแนะนำให้นักลงทุนกลับมาโฟกัสความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดที่จะผลัดกันออกมาแสดงความเห็นในช่วงก่อนหน้าการประชุมเฟดวันที่ 18-19 ธ.ค.นี้ อาทิ ถ้อยแถลงของนาย Richard Clarida รองประธานเฟดในวันอังคารที่ 27 พ.ย., นาย Raphael Bostic ประธานเฟดสาขาแอตแลนตาและนาย Jerome Powell ในวันพุธที่ 28 พ.ย. ต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ 30 พ.ย. จะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนพฤศจิกายนและถ้อยแถลงของนาย John Williams ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ตามมาด้วยในวันที่ 5 ของเดือนธ.ค. นาย Jerome Powell จะ testify ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ
“หากยังมีการตอกยํ้า ถึงการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอาจส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ ในทางกลับกันหากความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดมีการแสดงความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆและหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่เกินคาด อาจช่วยกระตุ้นกระแสการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งเป็นการกดดันสกุลเงินดอลลาร์ และหนุนราคาทองคำเช่นกัน”
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,422 วันที่ 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2561
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างมาก โดยในปีนี้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ ในเดือนมี.ค., มิ.ย. และก.ย. ส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าและกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในวันที่ 18-19 ธ.ค.ยังคงอยู่ในระดับสูงและนั่นอาจทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ครบ 4 ครั้งตามคาด
แม้ปีนี้เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ตามคาด อย่างไรก็ดีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้ากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยหากเราย้อนกลับไปดู Dot Plot หรือ คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดจะพบว่าบ่งชี้ถึงการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2019 แต่ล่าสุดเทรดเดอร์สัญญาอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นคาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปี 2019 เท่านั้น ทางด้านผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 69 ท่านที่ดำเนินการโดย Reuters ในวันที่ 13-19 พ.ย. บ่งชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์จำนวน 50 คนจาก 69 คนหรือหนึ่งในสามมองว่ามีความเสี่ยงที่เฟดจะ “ชะลอ” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า และมีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 19 คนจาก 69 คนที่คาดว่าเฟดอาจ “เร่ง” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019
สาเหตุผลักดันที่นักลงทุนคาดการณ์ถึงการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด คือ แนวโน้มที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯเผชิญกับปัจจัยกดดันที่ก่อตัวขึ้นทั้งผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้าและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้าท่ามกลางอุปสงค์ภายนอกที่ชะลอตัวลง และอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เริ่มจางหายไป ขณะที่แรงดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงเชื่องช้าแม้ว่าตลาดแรงงานจะตึงตัวก็ตาม
แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเองก็เสียงแตกมากขึ้น โดยนายริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.ว่า เฟดใกล้ถึงจุดที่จะกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่เป็นกลางแล้ว และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปควรอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับ อีกทั้งยังกล่าวเสริมอีกว่ามีหลักฐานบางประการที่บ่งชี้เกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัส กล่าวต่อ Fox Business ในวันเดียวกันว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอาจเป็นเพียงปัจจัยกดดันเล็กน้อยซึ่งอาจลุกลามไปยังสหรัฐฯ ได้ ความเห็นของประธานเฟดได้กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไวกว่าที่ตลาดคาดไว้ จนก่อให้เกิดแรงขายกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าจนส่งผลหนุนราคาทองคำ
ดังนั้น YLG จึงแนะนำให้นักลงทุนกลับมาโฟกัสความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดที่จะผลัดกันออกมาแสดงความเห็นในช่วงก่อนหน้าการประชุมเฟดวันที่ 18-19 ธ.ค.นี้ อาทิ ถ้อยแถลงของนาย Richard Clarida รองประธานเฟดในวันอังคารที่ 27 พ.ย., นาย Raphael Bostic ประธานเฟดสาขาแอตแลนตาและนาย Jerome Powell ในวันพุธที่ 28 พ.ย. ต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ 30 พ.ย. จะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนพฤศจิกายนและถ้อยแถลงของนาย John Williams ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ตามมาด้วยในวันที่ 5 ของเดือนธ.ค. นาย Jerome Powell จะ testify ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ
“หากยังมีการตอกยํ้า ถึงการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอาจส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ ในทางกลับกันหากความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดมีการแสดงความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆและหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่เกินคาด อาจช่วยกระตุ้นกระแสการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งเป็นการกดดันสกุลเงินดอลลาร์ และหนุนราคาทองคำเช่นกัน”
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,422 วันที่ 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2561






