thansettakij
thansettakij
แนะติดตามกระแสข่าวอย่างใกล้ชิด!!

แนะติดตามกระแสข่าวอย่างใกล้ชิด!!

30 ต.ค. 61 | 11:59 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 61 | 19:27 น.
"สภาวะตลาดทองคำ" วันที่ 30 ต.ค. 2561 ราคาแกว่งตัวในกรอบ 1,222.10-1,230.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,300 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,350 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ18 อยู่ที่ 19,410 บาท ลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,460 บาท

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าที่เหลือทั้งหมดจากจีนภายในช่วงต้นเดือน ธ.ค. หากการเจรจาในเดือนหน้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนล้มเหลวในการบรรเทาสงครามการค้า ซึ่งมีกำหนดพบกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำจี-20 ในอาร์เจนตินา ปลายเดือน พ.ย.

ความตึงเครียดทางการค้า หนุนดอลลาร์แข็งแกร่งในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เมื่อสงครามการค้ารุนแรงขึ้น กดดันสกุลเงินหยวนให้อ่อนค่าลงมาที่ 6.969 หยวน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ขณะที่ ตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า ธนาคารกลางจีนจะมีการแทรกแซงเพื่อยับยั้งการอ่อนค่าเกินกว่าระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ ได้อย่างแข็งแกร่งหรือไม่ หรือจะปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงต่อไปจนผ่านระดับดังกล่าว แนวโน้มดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ ยูโรยังถูกกดดันจากความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และอิตาลี เกี่ยวกับแผนร่างงบประมาณขาดดุลของอิตาลี ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎการคลังของ EU ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า รัฐสภาของอิตาลีจะเริ่มอภิปรายร่างงบประมาณปี 2562 ของรัฐบาลอิตาลี ภายในวันพุธนี้ (31 ต.ค.) โดยงบประมาณดังกล่าว วางเป้ายอดขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 2.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ โดยต้องได้รับอนุมัติจากทั้ง 2 สภาของรัฐสภาภายในสิ้นปีนี้ โดยแหล่งข่าวหนึ่งระบุว่า เอกสารดังกล่าวจะยื่นต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภา เพื่อการหารือเบื้องต้นในวันอังคาร ขณะที่ แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า เอกสารดังกล่าวจะถูกส่งมอบในวันพุธ

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงสู่ 33.325 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน โดยบาทมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ วายแอลจีเชื่อว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวแบบ Sideway Up โดยมีบริเวณ 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นแนวรับสำคัญ หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน และถ้าหากสามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,235-1,246 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะเห็นว่า กระแสข่าวเหล่านี้มีนัยสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ทำให้วายแอลจีแนะนำว่า ควรติดตามกระแสข่าวอย่างใกล้ชิด ควรควบคู่ไปกับการจำกัดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการลงทุน

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำในระยะสั้นยังเคลื่อนไหวแบบ Sideway Up มีบริเวณแนวต้าน 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมา ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไรระยะสั้น โดยเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์

[caption id="attachment_340251" align="aligncenter" width="503"] แนะติดตามกระแสข่าวอย่างใกล้ชิด!! เพิ่มเพื่อน [/caption]
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market