
กองธรรมาภิบาลทะลุ4พันล. ‘บีแคป’จ่อออก ETF หุ้นกลาง-เล็ก รับเทรนด์ เติบโตสูง
นักลงทุนขานรับกองทุนธรรมาภิบาลไทย 10 กองทุน สินทรัพย์ทะลุ 4 พันล้าน ชี้โอกาสลงทุนหุ้นยั่งยืน ผลตอบแทนจูงใจ“BCAP-MFC” จ่อเปิดตัวต้นปีหน้า
หลังจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 11 แห่ง ร่วมจัดตั้งกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย ( CG Fund) เพื่อสนับสนุนการมีธรรมาภิบาลและต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยกองทุนแรกเปิดตัววันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา จน ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 มีกองทุนร่วมโครงการ 10 กองทุน จากบลจ. 9 แห่ง มูลค่าสินทรัพย์รวม4,104.07ล้านบาท จากข้อมูลบริษัทมอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ โดยเหลือบลจ.บางกอกแคปปิตอลฯและบลจ.เอ็มเอฟซีฯที่รอเปิดตัวต้นปี 2561
นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงาน จัดการกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอลฯ หรือBCAPเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวกองทุนธรรมาภิบาล ภายในไตรมาส 1 ปี2561ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟ เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีธรรมาภิบาลที่ดี โดยคัดหุ้นที่ลงทุนเหลือประมาณ 30-40 ตัว จากจำนวนหุ้นที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าลงทุนได้ทั้งหมด 123 กองทุน เป็นอีกทางเลือกให้แก่นักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันหุ้นขนาดกลางและเล็กได้รับความสนใจค่อนข้างมาก
[caption id="attachment_244440" align="aligncenter" width="335"]
ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงาน จัดการกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอลฯ หรือBCAP[/caption]
“กองทุนจะลงทุนหุ้นที่อยู่นอก SET50 ซึ่งคัดหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีสภาพคล่องสูง และมีธรรมาภิบาลที่ดี ช่วยลดความกังวลให้แก่นักลงทุน เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มักมีข่าวไม่ดีทั้งจากผู้บริหารหรือกรณีอื่นๆ ดังนั้นหากหุ้นของบริษัทใดมี CGก็น่าจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารใส่ใจผู้ถือหุ้นและบริหารงานด้วยความโปร่งใส ทำให้ผู้ลงทุนสบายใจในการลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่มักให้พรีเมียมมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างจัดทำดัชนีเพื่อคัดหุ้น” นายธนาวุฒิ กล่าว
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตราสารทุน สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซีฯ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกกองทุนธรรมาภิบาลในไตรมาส 1 ปี 2561 โดยเป็นกองทุนรวมทั่วไปแม้รูปแบบอาจไม่แตกต่างจากบลจ.อื่นที่เปิดตัวกองทุนออกมาแล้ว แต่การคัดเลือกหุ้นอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงเป็นอีกทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าของแต่ละบลจ.ที่ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งผ่านการคัดเลือกคัดกรองมาอย่างดี
“ปกติแล้วกองทุนหุ้นจะพิจารณาเรื่องธรรมาภิบาลในการคัดเลือกหุ้นเข้าลงทุน เนื่องจากหุ้นเหล่านี้จะมีความยั่งยืนและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่กองทุนธรรมาภิบาลจะมีเงื่อนไขที่มากกว่ากองทุนทั่วไปและบลจ.จะนำรายได้40%จากค่าธรรมเนียมของการจัดการกองทุนบริจาคให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมธรรมาภิบาล” นายชาคริต กล่าว
ขณะเดียวกันการลงทุนในหุ้นธรรมาภิบาล (CG) สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) อยู่ที่ประมาณ 2% โดยดัชนี IOD/CG Index ให้ผลดำเนินงานย้อนหลัง10ปีสูงกว่าดัชนีตลาดที่12.28% ต่อปี ขณะที่SETIndex ให้ผลตอบแทน 10.33% ต่อปี ข้อมูลณ วันที่ 30 กันยายน 2560
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 พบว่า กองทุนรวมหุ้น ทีเอ็มบี ธรรมาภิบาลไทย (TMB-THAICG) มีเม็ดเงินเข้าลงทุนสูงสุดและมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 1,761.18 ล้านบาท โดยเริ่มจัดตั้งกองทุน วันที่ 25 กันยายน 2560 รองลงมา กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย (B-THAICG) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 798.67 ล้านบาท ซึ่งกองทุนจัดตั้งวันที่ 4 ตุลาคม 2560
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นธรรมาภิบาลไทย (SCBTHAICGA) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 456.32 ล้านบาทกองทุนเปิดกรุงไทย บุญตรง ธรรมาภิบาลไทย (KTBTHAICG-A)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 409.38 ล้านบาทกองทุนเปิดยูไนเต็ดธรรมาภิบาลไทย (UTHAICG) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 240 ล้านบาท กองทุนเปิดทิสโก้ESGเพื่อสังคมชนิดหน่วยลงทุนD(TISESG-D) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 152.13 ล้านบาท
กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นธรรมาภิบาลไทย (KFTHAICG)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ131.61ล้านบาทกองทุนเปิดเคหุ้นธรรมาภิบาล ไทยเพื่อการเลี้ยงชีพ (KTHAICGRMF)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 63.36ล้านบาท กองทุนเปิดทิสโก้ ESG เพื่อสังคมชนิดหน่วยลงทุนA(TISESG-A)มูลค่าสินทรัพย์62.90 ล้านบาท และกองทุนเปิดทาลิสหุ้นธรรมาภิบาลไทย (TLEQ-THAICG) มูลค่าสินทรัพย์ 28.51 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
หลังจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 11 แห่ง ร่วมจัดตั้งกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย ( CG Fund) เพื่อสนับสนุนการมีธรรมาภิบาลและต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยกองทุนแรกเปิดตัววันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา จน ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 มีกองทุนร่วมโครงการ 10 กองทุน จากบลจ. 9 แห่ง มูลค่าสินทรัพย์รวม4,104.07ล้านบาท จากข้อมูลบริษัทมอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ โดยเหลือบลจ.บางกอกแคปปิตอลฯและบลจ.เอ็มเอฟซีฯที่รอเปิดตัวต้นปี 2561
นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงาน จัดการกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอลฯ หรือBCAPเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวกองทุนธรรมาภิบาล ภายในไตรมาส 1 ปี2561ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟ เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีธรรมาภิบาลที่ดี โดยคัดหุ้นที่ลงทุนเหลือประมาณ 30-40 ตัว จากจำนวนหุ้นที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าลงทุนได้ทั้งหมด 123 กองทุน เป็นอีกทางเลือกให้แก่นักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันหุ้นขนาดกลางและเล็กได้รับความสนใจค่อนข้างมาก
[caption id="attachment_244440" align="aligncenter" width="335"]
“กองทุนจะลงทุนหุ้นที่อยู่นอก SET50 ซึ่งคัดหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีสภาพคล่องสูง และมีธรรมาภิบาลที่ดี ช่วยลดความกังวลให้แก่นักลงทุน เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มักมีข่าวไม่ดีทั้งจากผู้บริหารหรือกรณีอื่นๆ ดังนั้นหากหุ้นของบริษัทใดมี CGก็น่าจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารใส่ใจผู้ถือหุ้นและบริหารงานด้วยความโปร่งใส ทำให้ผู้ลงทุนสบายใจในการลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่มักให้พรีเมียมมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างจัดทำดัชนีเพื่อคัดหุ้น” นายธนาวุฒิ กล่าว
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตราสารทุน สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซีฯ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกกองทุนธรรมาภิบาลในไตรมาส 1 ปี 2561 โดยเป็นกองทุนรวมทั่วไปแม้รูปแบบอาจไม่แตกต่างจากบลจ.อื่นที่เปิดตัวกองทุนออกมาแล้ว แต่การคัดเลือกหุ้นอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงเป็นอีกทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าของแต่ละบลจ.ที่ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งผ่านการคัดเลือกคัดกรองมาอย่างดี
“ปกติแล้วกองทุนหุ้นจะพิจารณาเรื่องธรรมาภิบาลในการคัดเลือกหุ้นเข้าลงทุน เนื่องจากหุ้นเหล่านี้จะมีความยั่งยืนและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่กองทุนธรรมาภิบาลจะมีเงื่อนไขที่มากกว่ากองทุนทั่วไปและบลจ.จะนำรายได้40%จากค่าธรรมเนียมของการจัดการกองทุนบริจาคให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมธรรมาภิบาล” นายชาคริต กล่าว
ขณะเดียวกันการลงทุนในหุ้นธรรมาภิบาล (CG) สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) อยู่ที่ประมาณ 2% โดยดัชนี IOD/CG Index ให้ผลดำเนินงานย้อนหลัง10ปีสูงกว่าดัชนีตลาดที่12.28% ต่อปี ขณะที่SETIndex ให้ผลตอบแทน 10.33% ต่อปี ข้อมูลณ วันที่ 30 กันยายน 2560
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 พบว่า กองทุนรวมหุ้น ทีเอ็มบี ธรรมาภิบาลไทย (TMB-THAICG) มีเม็ดเงินเข้าลงทุนสูงสุดและมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 1,761.18 ล้านบาท โดยเริ่มจัดตั้งกองทุน วันที่ 25 กันยายน 2560 รองลงมา กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย (B-THAICG) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 798.67 ล้านบาท ซึ่งกองทุนจัดตั้งวันที่ 4 ตุลาคม 2560
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นธรรมาภิบาลไทย (SCBTHAICGA) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 456.32 ล้านบาทกองทุนเปิดกรุงไทย บุญตรง ธรรมาภิบาลไทย (KTBTHAICG-A)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 409.38 ล้านบาทกองทุนเปิดยูไนเต็ดธรรมาภิบาลไทย (UTHAICG) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 240 ล้านบาท กองทุนเปิดทิสโก้ESGเพื่อสังคมชนิดหน่วยลงทุนD(TISESG-D) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 152.13 ล้านบาท
กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นธรรมาภิบาลไทย (KFTHAICG)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ131.61ล้านบาทกองทุนเปิดเคหุ้นธรรมาภิบาล ไทยเพื่อการเลี้ยงชีพ (KTHAICGRMF)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 63.36ล้านบาท กองทุนเปิดทิสโก้ ESG เพื่อสังคมชนิดหน่วยลงทุนA(TISESG-A)มูลค่าสินทรัพย์62.90 ล้านบาท และกองทุนเปิดทาลิสหุ้นธรรมาภิบาลไทย (TLEQ-THAICG) มูลค่าสินทรัพย์ 28.51 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560






