
'น้ำตาลครบุรี' ขาดทุน 221 ล้าน เพิ่มขึ้น 5.57%
KBS แจ้งผลงานไตรมาส 3 ปี 60 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 5.57% จากงวดปีก่อน เหตุปริมาณอ้อยเข้าสู่กระบวนการผลิตลดลง แบกภาระต้นทุนผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น แม้ราคาน้ำตาลและกากน้ำตาลเพิ่ม
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2560 ว่า บริษัทขาดทุนสุทธิ 221.68 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.37 บาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.57% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 209.99 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.35 บาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 กำไรสุทธิ 14.53 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.02 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 95.65 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.16 บาท
บริษัทฯ ชี้แจงไตรมาส 3 ปี 2560 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 11.7 ล้านบาท หรือ 5.57% จากงวดเดียวกันของปีก่อนและมีขาดทุนก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 30.1 ล้านบาท มากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 45.1 ล้านบาท เป็นผลจากบริษัทขาดทุนขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.9 ล้านบาท หรือ 40.4% จากงวดปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายน้ำตาลลดลง 6.1% แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% และมีส่วนต่างระหว่างราคาน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการขายกากน้ำตาลลดลง 50.2% แต่มีราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50.9%
อย่างไรก็ตามแม้ราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลจะสูงขึ้น แต่ปริมาณอ้อยที่เข้าสู่กระบวนการผลิตลดลงจากปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลลดลง อีกทั้งบริษัทยังมีต้นทุนอ้อยและค่าใช้จ่ายจัดหาอ้อยสูงขึ้นกว่าปีก่อน จึงต้องแบกภาระต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ทำให้มีอัตราขาดทุนจากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้นกว่างวดปีก่อน
นอกจากนี้บริษัทย่อยมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 585.9% เนื่องจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ระหว่งซ่อมแซมท่อเมนไอน้ำแตกเสียหายที่เกิดอุบัติเหตุในไตรมาส 2 ปี 2559
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2560 ว่า บริษัทขาดทุนสุทธิ 221.68 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.37 บาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.57% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 209.99 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.35 บาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 กำไรสุทธิ 14.53 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.02 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 95.65 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.16 บาท
บริษัทฯ ชี้แจงไตรมาส 3 ปี 2560 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 11.7 ล้านบาท หรือ 5.57% จากงวดเดียวกันของปีก่อนและมีขาดทุนก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 30.1 ล้านบาท มากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 45.1 ล้านบาท เป็นผลจากบริษัทขาดทุนขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.9 ล้านบาท หรือ 40.4% จากงวดปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายน้ำตาลลดลง 6.1% แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% และมีส่วนต่างระหว่างราคาน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการขายกากน้ำตาลลดลง 50.2% แต่มีราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50.9%
อย่างไรก็ตามแม้ราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลจะสูงขึ้น แต่ปริมาณอ้อยที่เข้าสู่กระบวนการผลิตลดลงจากปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลลดลง อีกทั้งบริษัทยังมีต้นทุนอ้อยและค่าใช้จ่ายจัดหาอ้อยสูงขึ้นกว่าปีก่อน จึงต้องแบกภาระต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ทำให้มีอัตราขาดทุนจากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้นกว่างวดปีก่อน
นอกจากนี้บริษัทย่อยมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 585.9% เนื่องจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ระหว่งซ่อมแซมท่อเมนไอน้ำแตกเสียหายที่เกิดอุบัติเหตุในไตรมาส 2 ปี 2559






