
คลังรับลูกรัฐบาลศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพบัตรคนจน
คลังรับลูกรัฐบาลศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพบัตรคนจน พร้อมโยกเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ มาโป๊ะเป็นวงเงินซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า
หลังจากที่ รัฐบาลโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ไปหาแนวทางในการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากปัจจุบันอยู่ที่ 200-300 บาทต่อบัตรต่อเดือน
[caption id="attachment_220218" align="aligncenter" width="503"]
นายสมชัย สัจจพงษ์[/caption]
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะหาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงกับความต้องการจริงๆของประชาชน จากปัจจุบันที่มีวงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าประชารัฐเดือนละ 200 บาทสำหรับผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี และ 300 บาทสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยอาจจะนำวงเงินที่ประชาชนไม่ได้เป็นประจำหรือไม่ได้ใช้เลยคือค่า รถไฟ หรือ รถ บขส. ที่มีวงเงิน 500 บาทต่อเดือน มาเพิ่มเป็นวงเงินเพื่อซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าได้ 700 หรือ -800 บาทก็ได้
“การที่เราลงทะเบียน ก็อยากเห็นว่า เราให้สิ่งที่ตรงความต้องการของประชาชนจริงๆ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีความขลุกขลักบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนก็อาจจะปรับปรุงเงินหรือปรับเปลี่ยนรายการได้ เพราะเมื่อมีข้อมูลมาว่า ประชาชนต่างจังหวัดบางส่วน อาจจะไม่ได้บริการรถไฟ หรือรถขบส.เป็นประจำ ก็จะได้ใช้วงเงินนี้น้อยหรืออาจจะไม่ได้ใช้เลย ก็อาจเป็นไปได้เหมือนกันที่จะเอาเงินในส่วนนี้ไปโป๊ะเป็นเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้”นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การปรับปรุงเงื่อนไขและรายการบัตร จะไม่กระทบต่องบประมาณ เพราะมีวงเงินไว้แล้วที่จะใช้ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐที่ 4.19 หมื่นล้านบาท และจะยังจำกัดการใช้ที่ร้านธงฟ้าเพราะต้องการส่งเสริมร้านขนาดเล็ก เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าด้วย จะยังไม่ไปกระจายการใช้บัตรไปยังร้านขนาดใหญ่ที่ขายดีอยู่แล้ว ซึ่งที่จริงมีร้านธงฟ้าจำนวนมาก แต่กำลังรอรายชื่อจากกระทรวงพาณิชย์ให้ครบก่อน เพื่อจะให้ครบทุกตำบลในไม่ช้านี้ จังหวัดไหนที่ยังขาดและตำบลไหนที่อาจจะมีคนหนาแน่น ก็จะเพิ่มเป็นจุดๆไป
สำหรับความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์(เครื่องอีดีซี) นายสมชัยกล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเองเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซีให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นกว่าเครื่อง โดยคาดว่า ภายในเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมทั้งได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมบัญชีกลางในการดำเนินการส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้บัตรของผู้ถือบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรแมงมุม)กับระบบตั๋วร่วม (e-Ticket) กรมบัญชีกลางยืนยันว่าแจกทันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้แน่นอน เพื่อให้ผู้มีสิทธิใช้บัตรสวัสดิการขึ้นรถเมล์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560 ต่อเนื่องจากการใช้บริการรถเมล์ฟรีที่รัฐบาลขยายการให้บริการถึงสิ้นเดือนนี้ แต่ยังไม่สามารถใช้กับรถไฟฟ้าได้ยังต้อรอก่อน อาจจะเป็นการไปเพิ่มในโครงการระยะที่ 2 ที่มีการเพิ่มค่าบริการเรือด่วนไปด้วยเพื่อให้สวัสดิการเดกินทางครบทั้งทางน้ำ ทางบก และลำคลอง
หลังจากที่ รัฐบาลโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ไปหาแนวทางในการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากปัจจุบันอยู่ที่ 200-300 บาทต่อบัตรต่อเดือน
[caption id="attachment_220218" align="aligncenter" width="503"]
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะหาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงกับความต้องการจริงๆของประชาชน จากปัจจุบันที่มีวงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าประชารัฐเดือนละ 200 บาทสำหรับผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี และ 300 บาทสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยอาจจะนำวงเงินที่ประชาชนไม่ได้เป็นประจำหรือไม่ได้ใช้เลยคือค่า รถไฟ หรือ รถ บขส. ที่มีวงเงิน 500 บาทต่อเดือน มาเพิ่มเป็นวงเงินเพื่อซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าได้ 700 หรือ -800 บาทก็ได้
“การที่เราลงทะเบียน ก็อยากเห็นว่า เราให้สิ่งที่ตรงความต้องการของประชาชนจริงๆ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีความขลุกขลักบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนก็อาจจะปรับปรุงเงินหรือปรับเปลี่ยนรายการได้ เพราะเมื่อมีข้อมูลมาว่า ประชาชนต่างจังหวัดบางส่วน อาจจะไม่ได้บริการรถไฟ หรือรถขบส.เป็นประจำ ก็จะได้ใช้วงเงินนี้น้อยหรืออาจจะไม่ได้ใช้เลย ก็อาจเป็นไปได้เหมือนกันที่จะเอาเงินในส่วนนี้ไปโป๊ะเป็นเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้”นายสมชัยกล่าว
สำหรับความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์(เครื่องอีดีซี) นายสมชัยกล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเองเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซีให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นกว่าเครื่อง โดยคาดว่า ภายในเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมทั้งได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมบัญชีกลางในการดำเนินการส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้บัตรของผู้ถือบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรแมงมุม)กับระบบตั๋วร่วม (e-Ticket) กรมบัญชีกลางยืนยันว่าแจกทันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้แน่นอน เพื่อให้ผู้มีสิทธิใช้บัตรสวัสดิการขึ้นรถเมล์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560 ต่อเนื่องจากการใช้บริการรถเมล์ฟรีที่รัฐบาลขยายการให้บริการถึงสิ้นเดือนนี้ แต่ยังไม่สามารถใช้กับรถไฟฟ้าได้ยังต้อรอก่อน อาจจะเป็นการไปเพิ่มในโครงการระยะที่ 2 ที่มีการเพิ่มค่าบริการเรือด่วนไปด้วยเพื่อให้สวัสดิการเดกินทางครบทั้งทางน้ำ ทางบก และลำคลอง






