
'ตลาดหุ้นไทย' เทียบชั้นเอเชีย
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “สถานการณ์ตลาดทุนไทย” ว่า ตลาดหุ้นไทยไม่แพ้ใครเลยในเอเชีย คุณภาพบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ดีขึ้น กำไรเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ภาระหนี้เทียบกับเงินทุนตํ่ามาก สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืน แต่นักลงทุนก็ควรจะออกไปลงทุนในต่างประเทศบ้างเพื่อกระจายความเสี่ยง
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2559) หุ้นไทยให้ผลตอบแทน 50% หรือเฉลี่ยปีละ 10% ส่วนปีนี้ 2 เดือนที่ผ่านมาตลาดมีผลตอบแทน 8.4% ในรูปเงินบาท และ 16.7% สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จากเงินบาทแข็งค่า 8% ทั้งนี้ยังไม่รวมเงินปันผล 3%
ตลาดหุ้นไทยมี Forward P/E เพิ่มขึ้นเป็น 16.7 เท่าในเดือนกันยายน โดยมีหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ณ สิ้นเดือนกันยายน ตลาดมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ที่ 16.8 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 4.7 หมื่นล้านบาท/วัน หรือ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/วัน นักลงทุนสถาบันมีสัดส่วนการลงทุนมากขึ้น เป็น 50% เท่ากับนักลงทุนรายบุคคล ในส่วนสถาบันเป็นต่างประเทศ 30% และในประเทศ 20%
“ต่างชาติเน้นหุ้นใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง คือมีมาร์เก็ตแคป มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อขายวันละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตลาดหุ้นไทยมีถึง 28 บริษัท สิงคโปร์มี 22 บริษัท อินโดนีเซียและมาเลเซียมีเท่ากัน 7 บริษัท และจำนวน บจ.ไทยอยู่ในดัชนี MSCI ถึง 34 บริษัท เป็นเป้าหมายการลงทุนของต่างชาติ 70%”
แต่การเติบโตของตลาดหุ้นที่ผ่านมายังไม่เพียงพอ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีงานสำคัญที่จะต้องทำอีกหลายเรื่อง อาทิ สนับสนุนการสร้างธุรกิจใหม่ของสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอี โดยการพัฒนาไลฟ์แพลตฟอร์ม เชื่อมโยงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การร่วมลงทุน เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ถือเป็นพันธกิจที่จะต้องทำให้เสร็จในปีนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,305 วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560






