
KKP ไตรมาส 2 กำไรหด 8% ครึ่งปีโต 12% NPL เพิ่มเล็กน้อย
ธนาคารเกียรตินาคิน กำไรไตรมาส 2 จำนวน 1,185 ล้านบาท ลดลง 8.65 จากงวดปีก่อน ส่วนครึ่งปีกำไรโต 12.72% ด้าน NPL เพิ่มเล็กน้อยจาก 5.6% ณ สิ้นปีก่อน เป็น 5.8%
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2560 กำไรสุทธิ 1,185.15 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.40 บาท ลดลง 8.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,296.98 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.53 บาท ส่วนงว 6 เดือนปี 2560 กำไรสุทธิ 2,709.10 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.20 บาท เพิ่มขึ้น 12.72% จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2,403.36 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.84 บาท
ทั้งนี้ งวดไตรมาส 2 ปี 2560 กำไรลดลงโดยเป็นกำไรสุทธิของธุรกิจตลาดทุน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษทย่อย ได้แก่บล.ภัทรและบลจ.ภัทร จำนวน
146 ล้านบาท หากพิจารณากำไรเบ็ดเสร็จรวมจะเท่ากับ 1,416 ล้านบาท ลดลง 4.6% เป็นกำไรเบ็ดเสร็จของธุรกิจตลาดทุนจำนวน 393 ล้านบาท โดยกำไรเบ็ดเสร็จรวมไดร้วมผลจากการวัดมูลค่าหลักทรัพย์เผื่อขายเป็นผลจากความผันผวนของตลาดทุน ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 2,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาส 2 ปี 2559 ขณะที่สินเชื่อของธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2560 มีการขยายตัว 2.8% จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2560 ส่งผลใหุ้ครึ่งปีแรกของปี 2560 สินเชื่อโดยรวมของธนาคารขยายตัว 4.1%
ด้านหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่ามีจำนวน 456ล้านบาท ลดลง 26.3% จากจำนวน 618 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2559 และ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 ยอดสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าเผื่อการปรับมูลค่าจากการปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวน 11,089 ล้านบาท โดยมียอดสำรองทั่วไปจำนวน 4,500 ล้านบาท อัตราส่วนสำรองทั้งสิ้ต่อสำรองตามเกณฑ์เท่ากับ 185.1% เปรียบเทียบกับ 169.8% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2559 และมีอตัราส่วนสา รองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 104.6% เพิ่มขึ้นจาก 95.7% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2559
สำหรับปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารและบริษัทย่อยมีจำนวน 10,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 9,968 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 โดยคิดเป็น 5.8% ของสินเชื่อรวม เทียบกับ 5.6% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2560 และสิ้นปี2559 โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพมีการปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนตามการขยายตวเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้วในส่วนของสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพของสินเชื่อธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นจาก 16.3% ณ สิ้นปี2559 เป็น 17.3% ณ สิ้นไตรมาส 2/2560
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2560 กำไรสุทธิ 1,185.15 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.40 บาท ลดลง 8.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,296.98 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.53 บาท ส่วนงว 6 เดือนปี 2560 กำไรสุทธิ 2,709.10 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.20 บาท เพิ่มขึ้น 12.72% จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2,403.36 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.84 บาท
ทั้งนี้ งวดไตรมาส 2 ปี 2560 กำไรลดลงโดยเป็นกำไรสุทธิของธุรกิจตลาดทุน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษทย่อย ได้แก่บล.ภัทรและบลจ.ภัทร จำนวน
146 ล้านบาท หากพิจารณากำไรเบ็ดเสร็จรวมจะเท่ากับ 1,416 ล้านบาท ลดลง 4.6% เป็นกำไรเบ็ดเสร็จของธุรกิจตลาดทุนจำนวน 393 ล้านบาท โดยกำไรเบ็ดเสร็จรวมไดร้วมผลจากการวัดมูลค่าหลักทรัพย์เผื่อขายเป็นผลจากความผันผวนของตลาดทุน ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 2,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาส 2 ปี 2559 ขณะที่สินเชื่อของธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2560 มีการขยายตัว 2.8% จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2560 ส่งผลใหุ้ครึ่งปีแรกของปี 2560 สินเชื่อโดยรวมของธนาคารขยายตัว 4.1%
ด้านหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่ามีจำนวน 456ล้านบาท ลดลง 26.3% จากจำนวน 618 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2559 และ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 ยอดสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าเผื่อการปรับมูลค่าจากการปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวน 11,089 ล้านบาท โดยมียอดสำรองทั่วไปจำนวน 4,500 ล้านบาท อัตราส่วนสำรองทั้งสิ้ต่อสำรองตามเกณฑ์เท่ากับ 185.1% เปรียบเทียบกับ 169.8% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2559 และมีอตัราส่วนสา รองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 104.6% เพิ่มขึ้นจาก 95.7% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2559
สำหรับปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารและบริษัทย่อยมีจำนวน 10,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 9,968 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 โดยคิดเป็น 5.8% ของสินเชื่อรวม เทียบกับ 5.6% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2560 และสิ้นปี2559 โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพมีการปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนตามการขยายตวเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้วในส่วนของสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพของสินเชื่อธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นจาก 16.3% ณ สิ้นปี2559 เป็น 17.3% ณ สิ้นไตรมาส 2/2560






