
ขาใหญ่นั่งเฝ้าจอหุ้นปรับกลยุทธ์เก็บหุ้นพื้นฐานลงทุนยาว-พักเก็งกำไร
ตลาดหุ้นซึมหนัก นักลงทุนรายใหญ่-รายย่อย นั่งตบยุง ชี้ตลาดไม่เอื้อเก็งกำไร เก็บหุ้นพื้นฐานดีถือลงทุนยาว บรรดาเสี่ยหันทำกิจกรรมคั่นเวลารอภาวะตลาดคึกคัก
สภาพตลาดหุ้นซบเซาหนัก ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายเบาบาง ซึ่งครึ่งปีแรก มกราคม-มิถุนายน ดัชนีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนตํ่าสุดในเอเชีย โดยดัชนีปรับตัวขึ้นเพียง 2.06% อยู่ที่ระดับ 1,574.74 จุด เท่านั้น จากสิ้นปี (1,542.94 จุด) และคาดการณ์กันว่า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2 ลดลงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ขณะที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ออกมาเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือน กรกฎาคม 2560 มองว่าดัชนีความเชื่อมั่นอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.60) อยู่ที่ 100.1 อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว จากเดือนที่ผ่านมา 101.66 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ นโยบายการลงทุนของภาครัฐ และปัจจัยฉุดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
นายนเรศ งามอภิชน นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดหุ้นซบเซาตั้งแต่ต้นปี ดัชนีขึ้นไม่ได้และลงไม่หนัก แต่พอร์ตลงทุนไม่ถึงกับแย่ เนื่องจากเป็นนักลงทุนระยะยาว หุ้นที่มีในพอร์ตเป็นการถือลงทุน แต่มีการลดพอร์ตไปบ้าง ส่วนการบริหารพอร์ตยังให้นํ้าหนักการลงทุนเต็ม 100% และลดการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) ซึ่งเห็นว่าตลาดโดยรวมยังลงทุนได้ สำคัญที่ต้องเลือกตัวหุ้นดีๆ ให้เจอ
“ผมเป็นนักลงทุนระยะยาว คุ้นเคยและชินกับสภาพตลาด คิดว่าตลาดโดยรวมยังลงทุนได้ เพียงแต่ต้องเลือกหุ้นดีๆ ให้เจอและช่วงที่ตลาดซบเซา ไม่ได้ลงทุน แต่ก็ยังไปห้องค้า รวมทั้งมีเวลาไปอบรมหลักสูตร อัลตร้าเวลล์ด้วย” นายนเรศ กล่าว
นายวัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง” นักลงทุนรายใหญ่ประจำบล.เอเซียพลัสฯ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไร้ทิศทาง ส่วนตัวนั่งเฝ้าตลาด ไม่ได้ลงทุน เนื่องจากลงทุนแล้วตลาดไม่ไปไหน หรือขึ้นมา 1-2 ช่องถูกขายทำกำไรแล้ว อีกทั้งหุ้นขนาดเล็กเก็งกำไรไม่ได้ หรือเก็งกำไรได้เป็นบางวันเท่านั้น
“หุ้นเล็กเก็งกำไรไปแล้ว กำไรหรือขาดทุนเพียงเล็กน้อย ก็ขายแล้ว สภาพตลาดขึ้น-ลงแคบๆ ไร้ทิศทาง ไม่เอื้อการเก็งกำไร หุ้นที่ผมลงทุนไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้ขาย ชีวิตการลงทุนยากขึ้น ผมแทบไม่ได้ทำอะไรกับหุ้น หยุดซื้อขาย นั่งดูตลาดอย่างเดียว รอจังหวะตลาดบวก เงินต่างชาติกลับเข้าตลาด ยอมรับว่าผมมองตลาดผิด ต้นปีมองว่าตลาดขึ้นจากการกระตุ้น ของภาครัฐ จึงนำไปโยงกับกราฟเทคนิค ปีนี้นักลงทุนที่พยุงตลาดไว้คือกองทุน ส่วนรายใหญ่รายย่อย ซื้อขายแล้วโดนเท ก็ต้องหยุด รอให้มั่นใจดัชนี ผ่าน 1,600 จุด จึงลงทุน”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของตัวเสี่ยป๋อง ได้เปลี่ยนสไตล์มาถือหุ้นลงทุน โดยหาหุ้นพื้นฐานดีๆ ที่มีการเติบโตสูง หรือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่ม SET 50 ซึ่งซื้อง่ายขายคล่อง ส่วนหุ้นเล็กเทรดเป็นบางวัน ขำๆ
[caption id="attachment_174786" align="aligncenter" width="478"]
ขาใหญ่นั่งเฝ้าจอหุ้นปรับกลยุทธ์เก็บหุ้นพื้นฐานลงทุนยาว-พักเก็งกำไร[/caption]
นายสมเกียรติ ธนัตถ์เจริญกุล หรือ “เสี่ยแตงโม” กล่าวว่า หยุดเก็งกำไรหุ้นมานานแล้ว เนื่องจากเห็นว่าสภาพตลาดหุ้นไม่ดีและเศรษฐกิจซบเซา หุ้นในพอร์ตที่กำไรถือลงทุนระยะยาว ส่วนที่ขาดทุนถือเช่นกัน หากเป็นหุ้นพื้นฐานดีราคาขยับได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล
“ผมมองตลาดไม่ดี ไม่รู้จะซึมนานแค่ไหน ขอหยุดดูตลาด ดีกว่า รอจนกว่าแน่ใจว่าตลาดสดใส แล้วจึงเข้าลงทุน เงินที่มีตอนนี้ผมถือเงินสด 60% และลงทุน 40%” เสี่ยแตงโม กล่าว
เจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า ลูกค้ารายใหญ่-รายย่อย หยุดเก็งกำไรซื้อขายหุ้น ส่วนหนึ่งมาจากความซบเซาของตลาด และความเข้มงวดของกฎเกณฑ์ต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯและสำนักงานก.ล.ต.มาร์เก็ตติ้งจึงเก็งกำไรซื้อขายทำโวลุ่มให้ตัวเองเพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทและตัวมาร์เก็ตติ้ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,276 วันที่ 6 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
สภาพตลาดหุ้นซบเซาหนัก ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายเบาบาง ซึ่งครึ่งปีแรก มกราคม-มิถุนายน ดัชนีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนตํ่าสุดในเอเชีย โดยดัชนีปรับตัวขึ้นเพียง 2.06% อยู่ที่ระดับ 1,574.74 จุด เท่านั้น จากสิ้นปี (1,542.94 จุด) และคาดการณ์กันว่า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2 ลดลงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ขณะที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ออกมาเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือน กรกฎาคม 2560 มองว่าดัชนีความเชื่อมั่นอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.60) อยู่ที่ 100.1 อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว จากเดือนที่ผ่านมา 101.66 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ นโยบายการลงทุนของภาครัฐ และปัจจัยฉุดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
นายนเรศ งามอภิชน นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดหุ้นซบเซาตั้งแต่ต้นปี ดัชนีขึ้นไม่ได้และลงไม่หนัก แต่พอร์ตลงทุนไม่ถึงกับแย่ เนื่องจากเป็นนักลงทุนระยะยาว หุ้นที่มีในพอร์ตเป็นการถือลงทุน แต่มีการลดพอร์ตไปบ้าง ส่วนการบริหารพอร์ตยังให้นํ้าหนักการลงทุนเต็ม 100% และลดการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) ซึ่งเห็นว่าตลาดโดยรวมยังลงทุนได้ สำคัญที่ต้องเลือกตัวหุ้นดีๆ ให้เจอ
นายวัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง” นักลงทุนรายใหญ่ประจำบล.เอเซียพลัสฯ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไร้ทิศทาง ส่วนตัวนั่งเฝ้าตลาด ไม่ได้ลงทุน เนื่องจากลงทุนแล้วตลาดไม่ไปไหน หรือขึ้นมา 1-2 ช่องถูกขายทำกำไรแล้ว อีกทั้งหุ้นขนาดเล็กเก็งกำไรไม่ได้ หรือเก็งกำไรได้เป็นบางวันเท่านั้น
“หุ้นเล็กเก็งกำไรไปแล้ว กำไรหรือขาดทุนเพียงเล็กน้อย ก็ขายแล้ว สภาพตลาดขึ้น-ลงแคบๆ ไร้ทิศทาง ไม่เอื้อการเก็งกำไร หุ้นที่ผมลงทุนไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้ขาย ชีวิตการลงทุนยากขึ้น ผมแทบไม่ได้ทำอะไรกับหุ้น หยุดซื้อขาย นั่งดูตลาดอย่างเดียว รอจังหวะตลาดบวก เงินต่างชาติกลับเข้าตลาด ยอมรับว่าผมมองตลาดผิด ต้นปีมองว่าตลาดขึ้นจากการกระตุ้น ของภาครัฐ จึงนำไปโยงกับกราฟเทคนิค ปีนี้นักลงทุนที่พยุงตลาดไว้คือกองทุน ส่วนรายใหญ่รายย่อย ซื้อขายแล้วโดนเท ก็ต้องหยุด รอให้มั่นใจดัชนี ผ่าน 1,600 จุด จึงลงทุน”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของตัวเสี่ยป๋อง ได้เปลี่ยนสไตล์มาถือหุ้นลงทุน โดยหาหุ้นพื้นฐานดีๆ ที่มีการเติบโตสูง หรือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่ม SET 50 ซึ่งซื้อง่ายขายคล่อง ส่วนหุ้นเล็กเทรดเป็นบางวัน ขำๆ
[caption id="attachment_174786" align="aligncenter" width="478"]
นายสมเกียรติ ธนัตถ์เจริญกุล หรือ “เสี่ยแตงโม” กล่าวว่า หยุดเก็งกำไรหุ้นมานานแล้ว เนื่องจากเห็นว่าสภาพตลาดหุ้นไม่ดีและเศรษฐกิจซบเซา หุ้นในพอร์ตที่กำไรถือลงทุนระยะยาว ส่วนที่ขาดทุนถือเช่นกัน หากเป็นหุ้นพื้นฐานดีราคาขยับได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล
“ผมมองตลาดไม่ดี ไม่รู้จะซึมนานแค่ไหน ขอหยุดดูตลาด ดีกว่า รอจนกว่าแน่ใจว่าตลาดสดใส แล้วจึงเข้าลงทุน เงินที่มีตอนนี้ผมถือเงินสด 60% และลงทุน 40%” เสี่ยแตงโม กล่าว
เจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า ลูกค้ารายใหญ่-รายย่อย หยุดเก็งกำไรซื้อขายหุ้น ส่วนหนึ่งมาจากความซบเซาของตลาด และความเข้มงวดของกฎเกณฑ์ต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯและสำนักงานก.ล.ต.มาร์เก็ตติ้งจึงเก็งกำไรซื้อขายทำโวลุ่มให้ตัวเองเพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทและตัวมาร์เก็ตติ้ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,276 วันที่ 6 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






