thansettakij
thansettakij
บลน.อินฟินิติ ชูจัดพอร์ตลงทุนบนเป้าหมาย 8-10%

บลน.อินฟินิติ ชูจัดพอร์ตลงทุนบนเป้าหมาย 8-10%

27 มิ.ย. 60 | 05:22 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 60 | 12:22 น.
บลน.อินฟินิติ ชูความเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน สินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน กว่า 6,000 ล้านบาท ชูจุดแข็งแนวคิด IOA -Independent Open Architecture ในการขยายธุรกิจ

นางสาวกมลวรรณ สุชาตานนท์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) อินฟินิติ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดแข็งแนวคิด IOA -Independent Open Architecture ในการขยายธุรกิจ

"IOA คือส่วนผสมระหว่างคำว่า Independent หมายถึงการแนะนำการลงทุนที่เป็นอิสระจากผู้ออกตราสาร ทำให้การจัดพอร์ตมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ Open Architecture คือการแนะนำการลงทุนที่สามารถเลือกจากกองทุนรวม และกองทุนส่วนบุคคลที่มีทั้งหมดในประเทศไทยนับพันกองทุน โดยมีความสะดวก ปลอดภัย เปิดเพียงบัญชีเดียวซื้อขายได้ทุกกองทุน ซึ่งแนวโน้มอุตสาหกรรม Wealth Management ทั่วโลกก็กำลังเติบโตในโมเดลธุรกิจแบบนี้"นางสาวกมลวรรณ กล่าว

นอกจากนี้จุดแข็งสำคัญของบลน.อินฟินิติ อยู่ที่ทีมงานกลยุทธ์การลงทุนที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งอดีตประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน อดีตผู้จัดการกองทุนจากธุรกิจบริหารเงินลงทุน อดีต Investment Consultant จากธนาคารต่างประเทศ มาร่วมกันจัดพอร์ตการลงทุนกันอย่างเข้มข้น เฟ้นหากองทุน Best-in-class หรือกองทุนที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท โดยทั้งหมดเป็นบริการที่ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มเติมจากนักลงทุน และไม่มีการรับเงินโดยตรงจากลูกค้า โดยปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน และบลจ.ต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นพันธมิตรหลักในการประกอบธุรกิจ

สำหรับคำแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนของบลน.อินฟินิติ ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโมเดล Global Absolute Return (GAR) ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนรวมหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการกระจายการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 8 -10% ต่อปี (ไม่ได้เป็นการการันตี) ขณะที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำการลงทุนไปในกองทุนส่วนบุคคลตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในระยะเวลาที่ผ่านมา

ในงานเปิดตัวครั้งนี้บลน.อินฟินิติ ได้จัดเสวนา “20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง: อดีตสู่อนาคต” โดยได้รับเกียรติจากนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดยนาย กฤษณ์ จันทโนทก ประธานกรรมการ บลน.อินฟินิติโดยการเสวนาครั้งนี้เป็นมุมมองของอดีตผู้บริหารประเทศ ทั้งด้านการเงิน และการคลัง มองย้อนถึงอดีตสาเหตุของวิกฤตที่เกิดขึ้น และมองไปในอนาคต 20 ปีข้างหน้าว่าประเทศไทยพร้อมรับความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง โอกาสที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจยังมีอีกหรือไม่

“วิกฤตต้มยากุ้งมีสาเหตุหลายอย่าง เราชะล่าใจ ทำตามอำเภอใจ เข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจเราเข้มแข็ง ทำหลายอย่างที่ทำให้ขาดความสมดุล และนำไปสู่วิกฤต หลังจากนั้นเราได้พยายามแก้ไขจุดอ่อนของเรา ซึ่งได้แก้ไขไปแล้วพอสมควร แต่วิกฤตเกิดขึ้นแล้วย่อมเกิดใหม่ได้อีก ถ้าถามถึงบ้านเรา ณ วันนี้ก็มีเรื่องที่ต้องดูแลให้ดีเช่นสหกรณ์ออมทรัพย์ สถาบันการเงินรัฐ รวมไปถึงเรื่องของการที่ภาคธุรกิจมีการลงทุนในภาคอสังหาฯ ค่อนข้างมากเกินสมดุล แม้ว่าอาจไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ไม่ควรประมาท และควรแก้ไขกันแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันปัญหาได้”ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กล่าว

ในส่วนของอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาเติบโตมากถึงประมาณ 50 เท่าตัวจากจุดต่ำสุดหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปัจจุบันมีเม็ดเงินลงทุนสูงถึงประมาณ 5 ล้านล้านบาท เมื่อมองไปใน 20 ปีข้างหน้า บลน.อินฟินิติเชื่อว่านักลงทุนเองจะมีการปรับพฤติกรรมการซื้อกองทุนผ่านสาขาของธนาคาร มาซื้อกองทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนมากขึ้นในโมเดล IOA – Independent Open Architecture อย่างที่แพร่หลายในต่างประเทศ โดยคำแนะนำการลงทุนที่มีคุณภาพ ที่สร้างผลตอบแทนเป็นที่พอใจของนักลงทุนจะเป็นกุญแจความสำเร็จที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยต่อไป
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market