
AIRA จัดทัพ 3 บริษัทในเครือเข้าตลาดหุ้น
ไอร่า แคปปิตอล จัดทัพธุรกิจ 3 บริษัทในเครือปูทางเข้าตลาดหุ้น เล็งดึงพาร์ทเนอร์ต่างชาติร่วมลงทุนธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง เชื่อต่างชาติสนใจลงทุนไทย จากแรงขับเคลื่อนของภาครัฐและเอกชนควบคู่กันไป หนุนเศรษฐกิจเติบโตได้เร็ว
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในโอกาสครบรอบ 10 ปีว่า ยังคงเน้นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจด้านการเงินครบวงจร อีกทั้งจะมุ่งไปสู่การขยายและพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่แล้วให้แข็งแกร่ง และมีศักยภาพเพิ่มขึ้นทำให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมทั้งสามารถนำทุกบริษัทที่มีอยู่ 12 บริษัท เข้าจดทะเบียนเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ได้
ปัจจุบันบริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) (AIRA&AIFUL) ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้ชื่อ “A Money” มีการขยายสาขาและสาขาย่อยมากกว่า 100 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ปล่อยสินเชื่อไปแล้วมากกว่า 2,500 ล้านบาท จากฐานลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย จึงตั้งเป้าขยายลูกค้าเพิ่มเป็น 300,000 ราย ภายในสิ้นปี 2560 ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นมากขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป บริษัทจึงมีนโยบายที่จะนำบริษัทนี้เข้าตลาดในปี 2562
นอกจากนี้มีบริษัทที่มีความพร้อมอีกแห่ง คือ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (AIRA Property) ประกอบธุรกิจการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ (Holding Company) ซึ่งบริษัทแรกที่เข้าลงทุน คือ บริษัท แอสไพเรชั่น วัน จำกัด ดำเนินธุรกิจการก่อสร้างอาคารสูงสำหรับสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอาคารของโครงการบริเวณสี่แยกราชเทวี ซึ่งจะมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม (MRT) อยู่ด้านหน้าของอาคาร และสถานีรถไฟฟ้า (BTS) อยู่ถัดไปในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ โครงการมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และบริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้พร้อมที่จะลงทุนเพิ่มอีก 2 โครงการ เพื่อให้สามารถนำสินทรัพย์ทั้งหมดเข้าสู่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และนำทรัสต์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเน้นการทำโครงการในทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
สำหรับบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม คือ บริษัท ไอร่า ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (AIRA Leasing) ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าซื้อทุกประเภท ได้แก่ สัญญาเช่าการเงิน สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าดำเนินงาน โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและการผลิต โดยวางแผนนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในโอกาสต่อไป เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนการเงินของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ
"บริษัทฯเชื่อมั่นว่า AIRA จะเติบโตอย่างมั่นคง จากการที่บริษัทดำเนินกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกในปีที่ผ่านมา รวมถึงการขยายงานอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทในเครือ อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยประกอบธุรกิจให้บริการเงินหมุนเวียนระยะสั้นประเภทแฟคตอริ่งแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการที่ดี และสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอมาตลอดต่อเนื่องทุกปี"นางนลินี กล่าว
นอกจากนี้ AIRA ยังมีบริษัทในเครือที่รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในด้านการเงินอื่นๆ ได้แก่ บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจแบบครบวงจร ,ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ,บริการด้านกองทุนรวม และกองทุนส่วนบุคคล, ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุนในธุรกิจที่มีนวัตกรรม
“AIRA เชื่อว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงมีการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้หลายฝ่ายก็คาดการณ์ว่าตัวเลข GDP จะมีการเติบโตได้อยู่ในระดับ 3-3.5 % จากการขับเคลื่อนที่เกิดจากนโยบายภาครัฐร่วมกับการลงทุนของภาคเอกชนซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ต่างชาติ ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน”นางนลินี กล่าว
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในโอกาสครบรอบ 10 ปีว่า ยังคงเน้นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจด้านการเงินครบวงจร อีกทั้งจะมุ่งไปสู่การขยายและพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่แล้วให้แข็งแกร่ง และมีศักยภาพเพิ่มขึ้นทำให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมทั้งสามารถนำทุกบริษัทที่มีอยู่ 12 บริษัท เข้าจดทะเบียนเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ได้
ปัจจุบันบริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) (AIRA&AIFUL) ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้ชื่อ “A Money” มีการขยายสาขาและสาขาย่อยมากกว่า 100 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ปล่อยสินเชื่อไปแล้วมากกว่า 2,500 ล้านบาท จากฐานลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย จึงตั้งเป้าขยายลูกค้าเพิ่มเป็น 300,000 ราย ภายในสิ้นปี 2560 ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นมากขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป บริษัทจึงมีนโยบายที่จะนำบริษัทนี้เข้าตลาดในปี 2562
นอกจากนี้มีบริษัทที่มีความพร้อมอีกแห่ง คือ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (AIRA Property) ประกอบธุรกิจการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ (Holding Company) ซึ่งบริษัทแรกที่เข้าลงทุน คือ บริษัท แอสไพเรชั่น วัน จำกัด ดำเนินธุรกิจการก่อสร้างอาคารสูงสำหรับสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอาคารของโครงการบริเวณสี่แยกราชเทวี ซึ่งจะมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม (MRT) อยู่ด้านหน้าของอาคาร และสถานีรถไฟฟ้า (BTS) อยู่ถัดไปในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ โครงการมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และบริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้พร้อมที่จะลงทุนเพิ่มอีก 2 โครงการ เพื่อให้สามารถนำสินทรัพย์ทั้งหมดเข้าสู่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และนำทรัสต์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเน้นการทำโครงการในทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
สำหรับบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม คือ บริษัท ไอร่า ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (AIRA Leasing) ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าซื้อทุกประเภท ได้แก่ สัญญาเช่าการเงิน สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าดำเนินงาน โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและการผลิต โดยวางแผนนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในโอกาสต่อไป เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนการเงินของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ
"บริษัทฯเชื่อมั่นว่า AIRA จะเติบโตอย่างมั่นคง จากการที่บริษัทดำเนินกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกในปีที่ผ่านมา รวมถึงการขยายงานอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทในเครือ อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยประกอบธุรกิจให้บริการเงินหมุนเวียนระยะสั้นประเภทแฟคตอริ่งแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการที่ดี และสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอมาตลอดต่อเนื่องทุกปี"นางนลินี กล่าว
นอกจากนี้ AIRA ยังมีบริษัทในเครือที่รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในด้านการเงินอื่นๆ ได้แก่ บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจแบบครบวงจร ,ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ,บริการด้านกองทุนรวม และกองทุนส่วนบุคคล, ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุนในธุรกิจที่มีนวัตกรรม
“AIRA เชื่อว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงมีการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้หลายฝ่ายก็คาดการณ์ว่าตัวเลข GDP จะมีการเติบโตได้อยู่ในระดับ 3-3.5 % จากการขับเคลื่อนที่เกิดจากนโยบายภาครัฐร่วมกับการลงทุนของภาคเอกชนซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ต่างชาติ ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน”นางนลินี กล่าว






