
วายแอลจี แนะเก็บทองเข้าพอร์ต 10-20%
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมราคาทองคำตั้ งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 11 พ.ค.2560 ทองคำต่างประเทศยังคงเป็นสิ นทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก ประมาณ 6% เพิ่มขึ้นประมาณ 69 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากราคาเปิดตลาดเมื่อต้นปี 2560 ที่ 1,151.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาในประเทศให้ผลตอบแทน 2% เพิ่มขึ้นบาทละ 400 บาท
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในช่ วงไตรมาส 2 คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,295ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 19,750-21,300 บาท แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่ อราคาย่อตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรั บ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 19,750 บาท และรอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดี ดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถผ่านแนวต้ านบริเวณ 1,295 ดอลลาร์ หรือ 21,300 บาท ได้
“นักลงทุนควรเน้นทำกำไรระยะสั้ นและมีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุนที่ชั ดเจนและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ อย่างเคร่งครัด โดยยังคงแนะนำนักลงทุนให้ถื อครองทองคำในพอร์ตลงทุนอย่างน้ อย 10-20% เนื่องจากทั่วโลกยังคงเผชิญกั บความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิ จและการเมือง จึงควรกระจายการลงทุนส่วนหนึ่ งไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอย่ างทองคำเพื่อเพิ่ มผลตอบแทนและลดความเสี่ ยงของพอร์ตการลงทุน”นางสาวฐิ ภากล่าว
ประเด็นสำคัญที่จะเข้ามาชี้ นำตลาดทองคำในช่วงไตรมาส 2 ได้แก่ การดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ขณะที่ตัวเลขในตลาดแรงงานสหรั ฐฯ ประจำเดือนเม.ย.ออกมาดีเกินคาด ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่ งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุ นในตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็ นได้มากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยในการประชุมเดือนมิถายนนี้ ขณะเดียวกันยังต้องจับตาเพิ่มขึ้ นเกี่ยวกับสัญญาณการปรั บลดขนาดงบดุลของเฟด โดยเจ้าหน้าที่เฟด หลายรายต่างออกมาแสดงความเห็ นสนับสนุนให้เฟดเริ่มต้นปรั บลดขนาดงบดุลในอนาคตอันใกล้นี้
ทั้งนี้ หากมีการส่งสัญญาณเดินหน้าปรั บขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือการปรั บลดขนาดงบดุล คาดว่าราคาทองคำจะได้ผลกระทบ จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบั ตรระยะยาวมีการปรับตัวขึ้นซึ่ งจะผลักดันสกุลเงินดอลลาร์แข็ งค่าและเป็นปัจจัยกดดั นราคาทองคำ
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในช่ วงไตรมาส 2 คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,295ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 19,750-21,300 บาท แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่ อราคาย่อตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรั บ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 19,750 บาท และรอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดี ดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถผ่านแนวต้ านบริเวณ 1,295 ดอลลาร์ หรือ 21,300 บาท ได้
“นักลงทุนควรเน้นทำกำไรระยะสั้ นและมีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุนที่ชั ดเจนและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ อย่างเคร่งครัด โดยยังคงแนะนำนักลงทุนให้ถื อครองทองคำในพอร์ตลงทุนอย่างน้ อย 10-20% เนื่องจากทั่วโลกยังคงเผชิญกั บความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิ จและการเมือง จึงควรกระจายการลงทุนส่วนหนึ่ งไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอย่ างทองคำเพื่อเพิ่ มผลตอบแทนและลดความเสี่ ยงของพอร์ตการลงทุน”นางสาวฐิ ภากล่าว
ประเด็นสำคัญที่จะเข้ามาชี้ นำตลาดทองคำในช่วงไตรมาส 2 ได้แก่ การดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ขณะที่ตัวเลขในตลาดแรงงานสหรั ฐฯ ประจำเดือนเม.ย.ออกมาดีเกินคาด ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่ งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุ นในตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็ นได้มากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยในการประชุมเดือนมิถายนนี้ ขณะเดียวกันยังต้องจับตาเพิ่มขึ้ นเกี่ยวกับสัญญาณการปรั บลดขนาดงบดุลของเฟด โดยเจ้าหน้าที่เฟด หลายรายต่างออกมาแสดงความเห็ นสนับสนุนให้เฟดเริ่มต้นปรั บลดขนาดงบดุลในอนาคตอันใกล้นี้
ทั้งนี้ หากมีการส่งสัญญาณเดินหน้าปรั บขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือการปรั บลดขนาดงบดุล คาดว่าราคาทองคำจะได้ผลกระทบ จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบั ตรระยะยาวมีการปรับตัวขึ้นซึ่ งจะผลักดันสกุลเงินดอลลาร์แข็ งค่าและเป็นปัจจัยกดดั นราคาทองคำ






