
เกษตรฯ ศึกษา ‘ฟาร์มแนวตั้ง’สูงสุดในโลกที่สิงคโปร์ ใช้ AI ต่อยอด Plant Factory ไทย
รองปลัดเกษตรฯนำคณะ ศึกษา Greenphyto ฟาร์มแนวตั้งสูงที่สุดในโลกที่สิงคโปร์ เจาะเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์และ Digital Twin บริหารการผลิตแม่นยำ ลดพลังงาน 30% เตรียมต่อยอดพัฒนามาตรฐาน Plant Factory ไทย
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ เยี่ยมชมฟาร์มแนวตั้ง Greenphyto ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นฟาร์มที่สูงที่สุดในโลกที่ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records
- มุ่งเน้นศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพืชในระบบปิด โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Digital Twin ในการบริหารจัดการฟาร์มเพื่อควบคุมการผลิตและคาดการณ์ผลผลิต
- มีเป้าหมายเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาต่อยอดการพัฒนาและวางรากฐานมาตรฐานโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เยี่ยมชมฟาร์มแนวตั้ง Greenphyto ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีระบบปลูกพืชสูง 23.3 เมตร และได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ให้เป็นฟาร์มแนวตั้งที่สูงที่สุดในโลก เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพืชในระบบปิด การบริหารจัดการด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบรับรองมาตรฐานการผลิต นำองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนามาตรฐานโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของประเทศไทย
การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาสภาพอากาศภายนอก และเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึง Young Smart Farmer เข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการผลิตได้ตลอดทั้งปี เพิ่มศักยภาพในการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
Greenphyto ต้นแบบฟาร์มแนวตั้ง ใช้ AI คุมการผลิต
รองปลัดเกษตรฯ กล่าวว่า Greenphyto เป็นผลจากการพัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องกว่า 14 ปี จนกลายเป็นต้นแบบการผลิตพืชเชิงพาณิชย์ที่ผสานระบบควบคุมสภาพแวดล้อม หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน โดยบริษัทระบุว่าสามารถผลิตผักโดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช และได้รับการรับรองระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดภายใต้ระบบ SG Fresh Produce ของสิงคโปร์ ครอบคลุมทั้งการได้รับอนุญาตประกอบกิจการฟาร์ม มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของสิงคโปร์ (SG GAP) และมาตรฐาน SG Clean and Green สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่นำมาศึกษาคือ การใช้ AI บริหารจัดการกระบวนการผลิตโดยอาศัยข้อมูลเป็นพื้นฐาน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการเจริญเติบโตของพืช สภาพแวดล้อม และความต้องการของตลาด เข้ากับระบบบริหารจัดการฟาร์มและแบบจำลองดิจิทัลของฟาร์ม (Digital Twin) เพื่อวางแผนรอบการปลูก คาดการณ์ผลผลิต และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด
นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยวางแผนปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ ลดปัญหาผลผลิตเหลือทิ้ง และเพิ่มความแม่นยำในการส่งมอบสินค้า ถือเป็นการนำข้อมูลมาช่วยบริหารจัดการตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปจนถึงการตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการผลิตพืชเชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน Greenphyto ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงาน โดยพัฒนาหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการปรับระดับแสงให้เหมาะสมกับพืชแต่ละรุ่น และนำเทคโนโลยีมาช่วยควบคุมระบบปลูก โดยมีรายงานว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 30% แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
เดินหน้ามาตรฐาน Plant Factory เชื่อมองค์ความรู้ FAO
รองปลัดเกษตรฯ กล่าวว่า องค์ความรู้จากการเยี่ยมชมครั้งนี้จะนำมาประกอบการพัฒนาแนวทางมาตรฐาน Plant Factory ของประเทศไทย ทั้งด้านความปลอดภัยของผลผลิต การควบคุมกระบวนการผลิต การบันทึกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อวางรากฐานระบบการผลิตพืชในสภาพแวดล้อมควบคุมให้มีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ ยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้จากความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการ TCP/THA/4003 เรื่อง “Sustainable control of Tetranychus urticae in greenhouse tomato and strawberry using nighttime UV-B and Phytoseiid Mites to reduce insecticide dependence” ซึ่งมุ่งเน้นการควบคุมไรสองจุดในพืชผักและผลไม้มูลค่าสูงที่ปลูกในโรงเรือนอย่างยั่งยืน เพื่อลดการพึ่งพาสารกำจัดแมลง
โครงการดังกล่าวได้จัดการฝึกอบรมในประเทศไทยระหว่างวันที่ 21–24 กันยายน 2569 ครอบคลุมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เทคโนโลยีแสง LED และการศึกษาดูงานระบบ Plant Factory เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการผลิตพืชในสภาพแวดล้อมควบคุม โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากโครงการกับประสบการณ์จาก Greenphyto จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบการผลิตพืชสมัยใหม่ของไทย
นอกจากนี้ องค์ความรู้และประสบการณ์จากสิงคโปร์ยังสามารถนำไปต่อยอดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) เพื่อส่งเสริมบทบาทด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้าถึงนวัตกรรม และร่วมยกระดับระบบเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน







