
การ์ทเนอร์ เปิด 10 เทรนด์เทคโนโลยีปี 2570 จับตา AI อัตโนมัติเปลี่ยนเกมธุรกิจ
การ์ทเนอร์ ชี้องค์กรเข้าสู่จุดเปลี่ยน จากทดลองใช้ AI สู่การกำกับระบบที่ตัดสินใจและทำงานได้เอง คาดปี 2571 เหตุละเมิดความปลอดภัยองค์กร 25% เชื่อมโยงการใช้ AI Agent ในทางที่ผิด พร้อมเปิด 10 เทคโนโลยีสำคัญที่ผู้บริหารต้องเตรียมรับมือ
KEY
POINTS
- การ์ทเนอร์คาดการณ์ 10 เทรนด์เทคโนโลยีปี 2570 โดยชี้ว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทจากการเพิ่มประสิทธิภาพไปสู่การทำงานและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง (Autonomous AI)
- แนวโน้มสำคัญคือการขยายขีดความสามารถของ AI ให้ทำงานกับข้อมูลที่หลากหลายขึ้น เช่น ตัวเลข (Large Quantitative Models) และเสียง (Speech Reasoning Models) ควบคู่กับการสร้างกลไกกำกับดูแลและความปลอดภัยสำหรับ AI Agent
- เทรนด์ยังมุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กรในระยะยาว ผ่านเทคโนโลยีเพื่ออธิปไตยดิจิทัล (SovereignTech) เพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการสำรวจเทคโนโลยีใหม่ เช่น การประมวลผลด้วยระบบชีวภาพ (Wetware as a Service)
การ์ทเนอร์ (Gartner) เปิดเผย 10 แนวโน้มเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ประจำปี 2570 หรือ “Top 10 Strategic Technology Trends for 2027” สะท้อนทิศทางเทคโนโลยีองค์กรที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI ทำงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น โดยโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจจะขยายจากการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่การควบคุมการตัดสินใจ ความปลอดภัย และความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
จีน อัลวาเรซ (Gene Alvarez) นักวิเคราะห์ระดับรองประธานผู้ทรงคุณวุฒิของการ์ทเนอร์ ระบุภายในงาน Gartner IT Symposium/Xpo 2026 ว่า ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ CIO กำลังเผชิญภารกิจในการขยายการใช้งานระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย พร้อมวางกลไกกำกับพฤติกรรมของระบบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นหลังองค์กรใช้เวลาหลายปีทดลอง AI และนำเอเจนต์เข้ามาช่วยทำงาน เมื่อระบบเหล่านี้เริ่มสร้างซอฟต์แวร์ ปฏิบัติงาน และตัดสินใจได้เอง บทบาทของ CIO จึงต้องครอบคลุมทั้งการบริหารเทคโนโลยีและการกำกับสิ่งที่เทคโนโลยีลงมือทำ
โดยการ์ทเนอร์แบ่งแนวโน้มทั้ง 10 ด้านออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
AI ก้าวพ้นข้อความ รุกงานตัวเลข–เสียง–จำลองโลก
กลุ่มแรกเป็นการขยายขีดความสามารถของ AI ให้ทำงานกับข้อมูลที่หลากหลายขึ้น ครอบคลุม 3 เทคโนโลยี ได้แก่
1. Large Quantitative Models หรือโมเดลเชิงปริมาณขนาดใหญ่ เน้นประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลข เพื่อสนับสนุนงานพยากรณ์และสร้างแบบจำลองการดำเนินธุรกิจ การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2573 โมเดลประเภทนี้จะเข้ามาแทนที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM ในงานพยากรณ์เชิงกลยุทธ์และงานสร้างแบบจำลองการดำเนินงาน 25%
2. Speech Reasoning Models หรือโมเดลการให้เหตุผลผ่านเสียงพูด ยกระดับ AI ด้านเสียงให้เข้าใจบริบทและเจตนาของการสนทนา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและดำเนินงาน โดยคาดว่า ภายในปี 2573 การโต้ตอบด้วยเสียงขององค์กรกว่า 70% จะได้รับการจัดการโดยอัตโนมัติผ่านโมเดลประเภทนี้
3. World Models หรือโมเดลจำลองโลก ช่วยให้ระบบเข้าใจสภาพแวดล้อมทางกายภาพและจำลองผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนลงมือทำ เปิดโอกาสให้องค์กรใช้ AI สนับสนุนการวางแผนและประเมินทางเลือกได้มากขึ้น
วางระบบคุม AI Agent รับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มที่ 2 มุ่งสร้างกลไกกำกับเอเจนต์ AI ซึ่งจะมีบทบาทเป็นผู้ปฏิบัติงานดิจิทัลขององค์กร ครอบคลุมอีก 4 เทคโนโลยี
4. AI Context Platforms หรือแพลตฟอร์มบริบทสำหรับ AI ช่วยให้ AI เข้าใจความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูลที่นำมาใช้ การ์ทเนอร์คาดว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมข้อมูลด้านนี้ จะเพิ่มความแม่นยำของ AI แบบเอเจนต์ได้สูงสุด 80% และลดต้นทุนได้สูงสุด 60%
5. AI Coding Agent Harness หรือกรอบควบคุมเอเจนต์ AI เขียนโค้ด ทำหน้าที่กำกับซอฟต์แวร์ที่ AI สร้างขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
6. AI Agent Identity หรือระบบจัดการตัวตนของเอเจนต์ AI เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดและควบคุมสิทธิ์ของเอเจนต์ โดยการ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2571 เหตุละเมิดความปลอดภัยขององค์กร 25% จะเชื่อมโยงกับการใช้เอเจนต์ AI ในทางที่ผิด
7. Autonomous Exposure Remediation หรือการแก้ไขจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ ช่วยตรวจจับช่องโหว่และตอบสนองต่อความเสี่ยง ลดโอกาสที่จุดอ่อนในระบบจะถูกใช้โจมตี
แนวโน้มกลุ่มนี้สะท้อนว่า การเพิ่มจำนวนเอเจนต์ AI ในองค์กรจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับระบบควบคุม ทั้งข้อมูลที่เอเจนต์เข้าถึง สิทธิ์ในการปฏิบัติงาน และการตรวจสอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
อธิปไตยดิจิทัล–แอปอายุสั้น –คอมพิวเตอร์ชีวภาพ
กลุ่มสุดท้ายมุ่งสร้างความยืดหยุ่นระยะยาว เพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ประกอบด้วย
8. SovereignTech หรือเทคโนโลยีเพื่ออธิปไตยดิจิทัล ครอบคลุมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล และโมเดล AI ที่เอื้อให้องค์กรมีทางเลือกในการเปลี่ยนผู้ให้บริการสำคัญ ลดการผูกติดกับผู้ขายรายเดียว และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2573 องค์กรที่มีฐานอยู่นอกสหรัฐอเมริกามากกว่า 75% จะนำกลยุทธ์อธิปไตยดิจิทัลมาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และการพึ่งพาผู้ให้บริการ
9. Disposable Applications หรือแอปพลิเคชันที่ออกแบบให้ปรับเปลี่ยนและเลิกใช้ได้ตามภารกิจ เป็นแนวทางบริหารซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับความต้องการธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยวางแผนทั้งการพัฒนา การปรับปรุง และการยุติใช้งานตั้งแต่ต้น
10. Wetware as a Service หรือบริการประมวลผลด้วยระบบชีวภาพ เป็นรูปแบบบริการเกิดใหม่ที่เปิดให้เข้าถึงระบบชีวภาพที่มีชีวิตหรือระบบชีวภาพสังเคราะห์ผ่านคลาวด์เพื่อใช้ประมวลผล โดยอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องจับตาในฐานะทางเลือกต่อข้อจำกัดด้านพลังงานและกำลังประมวลผลในอนาคต
เมื่อพิจารณาทั้ง 10 แนวโน้มร่วมกัน ทิศทางที่ชัดเจนคือ องค์กรต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและกติกาการใช้งานให้ทันกับความสามารถของ AI ที่เพิ่มขึ้น การตัดสินใจลงทุนจึงต้องประเมินทั้งประโยชน์ทางธุรกิจ ต้นทุน ความปลอดภัย และความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารในปี 2570







