thansettakij
thansettakij
ข้าวหอมมะลิไทยหนาว  กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัดผนึกผู้ส่งออกสู้

ข้าวหอมมะลิไทยหนาว กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัด ผนึกผู้ส่งออกสู้

30 ต.ค. 69 | 08:55 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 08:59 น.

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ผนึก 18 จังหวัดอีสาน สำรวจผลผลิตข้าวนาปี 2569/70 ป้อนฐานข้อมูลสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย วางแผนผลิตรับตลาดโลก ขณะที่กัมพูชาเร่งส่งออกทะลุ 1 ล้านตัน เวียดนามรุกพัฒนาพันธุ์ ST26 จี้รัฐเร่งลงทุนแหล่งน้ำ แก้โจทย์ผลผลิตต่อไร่ลดฮวบจาก 600 เหลือ 300 กิโลกรัม

KEY

POINTS

  • ข้าวหอมมะลิไทยเผชิญการแข่งขันรุนแรงในตลาดโลก โดยเฉพาะจากกัมพูชาและเวียดนามที่กำลังรุกชิงส่วนแบ่งในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ
  • กัมพูชามีความได้เปรียบด้านราคาที่ถูกกว่าข้าวไทยถึงตันละ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เวียดนามก้าวล้ำในการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่มีคุณภาพสูง
  • ชาวนาจาก 18 จังหวัด อีสาน ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งออก
  • จี้รัฐเร่งลงทุนแหล่งน้ำ แก้โจทย์ผลผลิตต่อไร่ลดฮวบจาก 600 เหลือ 300 กิโลกรัม

“ฐานเศรษฐกิจ” ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ติดตามการประชุมประเมินภาวการณ์ผลิตและการค้าข้าวนาปี ปีการเพาะปลูก 2569/70 ร่วมกับคณะผู้บริหารสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569 เพื่อสำรวจสถานการณ์ผลผลิตข้าวในพื้นที่จริง วิเคราะห์ทิศทางตลาดส่งออก และประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากประเทศคู่แข่งที่เร่งพัฒนาพันธุ์และขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

2 ผู้นำ จากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย

โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้นำตัวแทนสมาชิกจาก 18 จังหวัดเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและประเมินสถานการณ์ผลผลิตข้าวรายพื้นที่ สะท้อนโจทย์สำคัญของภาคการผลิตที่ต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะการเรียกร้องราคาข้าวแต่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อให้การผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งออก

ชาวนา–ผู้ส่งออกจับมือรับมือศึกข้าวโลก

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า วันนี้ชาวนาจะทำเกษตรแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความผันผวนรุนแรงขึ้น ทั้งปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นสลับกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณผลผลิต บางปีเกษตรกรเคยผลิตข้าวได้ 600 กิโลกรัมต่อไร่ แต่เมื่อประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ผลผลิตอาจลดลงเหลือเพียง 300 กิโลกรัมต่อไร่ หรือลดลงถึง 50%

ข้าวหอมมะลิไทยหนาว  กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัด ผนึกผู้ส่งออกสู้

ขณะที่ราคาข้าวเปลือกสดที่เคยปรับตัวขึ้นไปถึง 14,000 บาทต่อตันนั้น เป็นเพียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ระดับราคาที่เกษตรกรจะได้รับอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การแก้ปัญหาภาคการผลิตจึงไม่ควรมุ่งไปที่ราคาข้าวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องย้อนกลับไปจัดการปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการน้ำและแหล่งน้ำต้นทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเพาะปลูกในระยะยาว

ข้าวหอมมะลิไทยหนาว  กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัด ผนึกผู้ส่งออกสู้

"ชาวนากังวลเรื่องราคาข้าวปีละครั้ง แต่เรื่องแหล่งน้ำเป็นเรื่องที่ต้องกังวลในระยะยาว เพราะหากไม่มีน้ำเพียงพอ ต่อให้ราคาข้าวดีแค่ไหน เกษตรกรก็ไม่สามารถผลิตได้ตามเป้าหมาย จึงอยากให้สมาชิกแต่ละจังหวัดกลับไปสำรวจความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง ทั้งแหล่งน้ำ ระบบชลประทาน และสิ่งจำเป็นต่อการผลิต เพื่อนำเสนอภาครัฐเป็นแผนพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม"

ชงโมเดลแหล่งน้ำต้นทุนต่ำ ขยายผลทั่วประเทศ

นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า สมาคมฯ ผลักดันการพัฒนาแหล่งน้ำให้เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวอย่างโครงการในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันโครงการระยะแรกแล้วเสร็จ ส่วนระยะที่ 2 ได้รับงบประมาณ 65 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการรูปแบบโครงการเป็นการก่อสร้างถังเก็บน้ำต้นทุนต่ำ พร้อมระบบสูบน้ำจากลำน้ำชีเข้ามากักเก็บไว้ในช่วงที่มีปริมาณน้ำน้อย เพื่อกระจายน้ำให้เกษตรกรในตำบลต่าง ๆ รอบพื้นที่แหล่งน้ำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง ถือเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำที่ต้องการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ

ชาวนานครราชสีมา

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้ประสานและรายงานความต้องการเพิ่มแหล่งน้ำต่ออธิบดีกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง อาทิ พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ประมาณ 2,400 ไร่ ซึ่งได้รับการบรรจุเข้าแผนดำเนินงานแล้ว ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมาคมฯ เคยประสานขอรับการสนับสนุนโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยให้สมาชิกในพื้นที่ 14 จังหวัดร่วมกันสำรวจและชี้เป้าหมายความต้องการ ขณะนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้กำกับดูแลด้านการบริหารจัดการน้ำ และมีหลายโครงการได้รับการบรรจุเข้าสู่แผนงาน แม้ที่ผ่านมาโครงการต่าง ๆ ยังไม่ครอบคลุมความต้องการทั้งหมด แต่สมาคมฯ เห็นว่าจำเป็นต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตรในระยะยาว

ตั้งฐานข้อมูลจังหวัดอีสาน เชื่อมผลิตกับตลาดส่งออก

สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเชิญตัวแทนเกษตรกรจากประมาณ 18 จังหวัดเข้าร่วม ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการผลิตกับภาคการส่งออก โดยต้องการให้ตัวแทนเกษตรกรแต่ละจังหวัดรวบรวมข้อมูลผลผลิตข้าวในพื้นที่ ทั้งชนิดพันธุ์ ปริมาณผลผลิต และสถานการณ์การเพาะปลูก ส่งให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลกลาง

ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการผลผลิต และการทำตลาดส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความไม่สมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับความต้องการของตลาด หากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยสามารถผลักดันการส่งออกได้ในปริมาณมาก เกษตรกรก็มีโอกาสขายข้าวได้ในราคาที่ดีขึ้น ดังนั้นชาวนาและผู้ส่งออกต้องร่วมมือกัน เพราะเป็นห่วงโซ่เดียวกัน การมีข้อมูลผลผลิตที่ชัดเจนจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนได้ดีขึ้น"

เตือนกัมพูชาคู่แข่งใหม่ ข้าวถูกกว่าไทย 300 ดอลลาร์

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ตัวเลขสถานการณ์การส่งออกข้าวที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยนำเสนอ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ชาวนาต้องนำมาวิเคราะห์ เพราะการที่ประเทศหนึ่งส่งออกลดลง ไม่ได้หมายความว่าตลาดโลกมีปริมาณข้าวลดลงเสมอไป เนื่องจากประเทศคู่แข่งอาจเข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งตลาดแทนได้

ข้าวหอมมะลิไทยหนาว  กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัด ผนึกผู้ส่งออกสู้

สถานการณ์ปัจจุบันจึงไม่ใช่ปัญหาปริมาณข้าวล้นตลาดโลก แต่เป็นโจทย์ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย ทั้งด้านราคา คุณภาพ และการพัฒนาพันธุ์ข้าว ซึ่งหลายประเทศเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไทยยังมีข้อจำกัดในการยกระดับศักยภาพการผลิต ประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือกัมพูชา ซึ่งปีนี้สามารถส่งออกข้าวได้มากกว่า 1 ล้านตัน ถือเป็นเป้าหมายที่เคยวางไว้เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน แต่เพิ่งทำได้สำเร็จในปีนี้

โดยมีปัจจัยสำคัญจากการที่ข้าวเปลือกกัมพูชาไม่สามารถไหลเข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งต่อไปยังเวียดนามได้เหมือนในอดีต ทำให้กัมพูชาต้องเร่งพัฒนาการแปรรูปและส่งออกด้วยตนเองมากขึ้น อีกทั้งกัมพูชายังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี Everything But Arms (EBA) ในการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและราคาขาย ทำให้สามารถแข่งขันกับข้าวไทยได้มากขึ้น

ข้าวหอมมะลิไทยหนาว  กัมพูชา-เวียดนาม รุกชิงตลาดสหรัฐฯ ชาวนา 18 จังหวัด ผนึกผู้ส่งออกสู้

นายเกรียงศักดิ์ประเมินว่า หากกัมพูชาสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและขยายตลาดส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง จะเปลี่ยนสถานะจากประเทศที่เคยส่งออกข้าวเปลือกผ่านไทยหรือประเทศอื่น มาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับข้าวไทยในตลาดปลายทาง หากข้าวไทยเสนอขายที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่ข้าวกัมพูชาขายเพียง 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อย่อมมีโอกาสเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่าซึ่งจะทำให้กัมพูชาเข้ามามีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาในตลาดโลก และสร้างแรงกดดันต่อข้าวไทยอย่างมากโดยเฉพาะตลาดข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยและมีสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าหลัก หากกัมพูชาสามารถยกระดับคุณภาพและเข้ามาแข่งขันด้านราคาได้มากขึ้น ย่อมเป็นความเสี่ยงต่อส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยในอนาคต

เวียดนามล้ำหน้า ST26 สหรัฐฯจ่อผลิตข้าวเอง

ขณะเดียวกัน เวียดนามเป็นอีกประเทศที่น่ากังวลอย่างมาก เนื่องจากมีความก้าวหน้าในการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มีชื่อเสียงจากพันธุ์ ST25 ปัจจุบันเริ่มพัฒนาไปสู่พันธุ์ ST26 โดยนายเกรียงศักดิ์ระบุว่า ได้รับตัวอย่างพันธุ์ข้าวดังกล่าวมาทดลองปลูกในฤดูแล้งแล้ว พบว่ามีคุณสมบัติด้านรสชาติ ความนุ่ม และความหอมที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวของเวียดนามที่ไทยไม่ควรมองข้าม

อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดนำเข้าข้าวสำคัญของไทย โดยเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาการผลิตข้าวภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าขนส่ง ค่าบรรทุก และค่าเรือจากการนำเข้าจากต่างประเทศ แม้แนวโน้มดังกล่าวอาจยังไม่ส่งผลกระทบในทันที แต่ในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า หากสหรัฐฯ สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวได้มากพอจนลดการนำเข้า หรือพัฒนาไปสู่การส่งออกได้เอง ก็จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทบต่อความต้องการข้าวจากไทย

รวมพลังชาวนาอีสาน 18 จังหวัด

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาคเกษตรไทยต้องเปิดรับข้อมูลจากภาคการส่งออก เพื่อนำมาปรับทิศทางการผลิตให้ทันกับการแข่งขันในตลาดโลก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และควบคุมต้นทุนในระยะยาว

เพราะการแข่งขันข้าวในตลาดโลกวันนี้ ไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีผลผลิตมากกว่าแต่เป็นการแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ พันธุ์ข้าว และความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด หากไทยไม่เร่งปรับตัว คู่แข่งที่พัฒนารวดเร็วกว่าอาจเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดสำคัญไปได้ในอนาคต