
เอกชนปรับแผนสู้ ต้นทุนพลังงานพุ่ง ชู No Stock ผลิตตามออเดอร์ประคองธุรกิจ
เอกชนชี้น้ำมันแพงกระทบต้นทุนธุรกิจเป็นทอด ๆ ทั้งขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ค่าระวางเรือพุ่ง 3-5 เท่า กดดันกำไร-สภาพคล่อง แนะผู้ประกอบการปรับแผนผลิตตามคำสั่งซื้อ ลดภาระสต็อก ขณะลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังไม่แก้โจทย์ต้นทุนขนส่งระยะยาว
KEY
POINTS
- ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่ค่าขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ทำให้กำไรและสภาพคล่องลดลง
- ภาคเอกชนปรับตัวโดยเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากการผลิตจำนวนมากเพื่อสต็อกสินค้า มาเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ (Make-to-Order) และลดการเก็บสต็อก (No Stock)
- กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตและการจัดเก็บสินค้า ลดความเสี่ยงเงินทุนจม และบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่ไม่แน่นอน
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในหลายมิติ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงของธุรกิจขนส่ง แต่ยังส่งผ่านไปยังต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และกระบวนการผลิต ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางกำลังซื้อในตลาดต่างประเทศที่ยังชะลอตัว
น้ำมันแพงลามทั้งห่วงโซ่ กดกำไร-สภาพคล่อง
นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานโดยตรง โดยการขนส่งภายในประเทศยังพึ่งพารถบรรทุกเป็นหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการที่นำเข้าวัตถุดิบ แปรรูป และส่งออกสินค้า ต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการขนส่งทางบกและค่าระวางเรือ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3-5 เท่าจากภาวะปกติ
ต้นทุนพลังงานโดยเฉลี่ยคิดเป็นประมาณ 5-20% ของต้นทุนทั้งหมด ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ แต่สำหรับกิจการที่ใช้พลังงานสูงโดยเฉพาะโรงงานห้องเย็น (Cold Storage) สัดส่วนอาจเพิ่มขึ้นถึง 30-40% ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบแตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุน
นอกจากค่าน้ำมันและค่าขนส่งแล้ว ราคาพลังงานที่สูงยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เช่น พลาสติกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงอาหารทะเลแปรรูปที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงของเรือประมง เมื่อหลายส่วนของต้นทุนเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ผู้ประกอบการจึงเผชิญแรงกดดันทั้งด้านกำไรและสภาพคล่อง
ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนให้ผู้บริโภคทำได้จำกัด เพราะอาจทำให้ยอดขายลดลงหรือผู้ซื้อหันไปเลือกสินค้าทดแทน โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่แข็งแรง หากราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง ธุรกิจอาจต้องทยอยปรับราคาสินค้า ลดกำลังการผลิต ชะลอการลงทุน หรือจำกัดค่าใช้จ่ายด้านอื่น ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระทบต่อกำลังซื้อและยอดขายในภาพรวมอีกทอดหนึ่ง
ชู No Stock ผลิตตามออเดอร์ ลดภาระต้นทุน
สำหรับแนวทางรับมือ นายวิศิษฐ์มองว่า ผู้ประกอบการต้องเร่งลดต้นทุนในทุกมิติ โดยเฉพาะการปรับรูปแบบการผลิต จากเดิมที่เน้นผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อให้ได้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำตามหลักการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) มาเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ (Make-to-Order) และลดการผลิตสินค้าเพื่อเก็บเป็นสต็อก หรือ No Stock ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
เหตุผลสำคัญคือ การผลิตสินค้าปริมาณมากในช่วงที่ต้นทุนสูงและตลาดยังไม่แน่นอน ไม่เพียงเพิ่มภาระต้นทุนการผลิต แต่ยังทำให้ธุรกิจต้องแบกรับค่าเก็บรักษาสินค้า และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะจำหน่ายสินค้าออกเมื่อใด หากสินค้าเคลื่อนไหวช้า เงินทุนจะจมอยู่ในสต็อก กระทบสภาพคล่องและเพิ่มภาระดอกเบี้ย
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งต้องระมัดระวังเมื่อผู้ซื้อในต่างประเทศชะลอการสั่งซื้อล่วงหน้า และเลือกสั่งสินค้าเมื่อสต็อกใกล้หมด เพื่อลดภาระการจัดเก็บและความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของตลาด ผู้ประกอบการไทยจึงต้องบริหารแผนการผลิตและปริมาณสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงมากขึ้น
ทั้งนี้ การปรับตัวไม่ได้หมายถึงการลดต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารวัตถุดิบ การขนส่ง และเงินทุนหมุนเวียนควบคู่กัน เพื่อให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับมือกับต้นทุนที่ผันผวน และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากสินค้าคงคลังมากเกินไป
ลดภาษี E20-B20 ช่วยความเชื่อมั่น แต่ยังไม่จบโจทย์ขนส่ง
ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20 เพื่อช่วยลดภาระประชาชน และช่วยเหลือเกษตรกร นายวิศิษฐ์มองว่าเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะ E20 ซึ่งไทยยังมีกำลังการผลิตเอทานอลเหลืออยู่มาก ขณะที่การส่งออกน้ำตาลในปีนี้ไม่ได้ขยายตัวโดดเด่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้เอทานอลจึงเป็นโอกาสขยายการใช้วัตถุดิบเกษตรภายในประเทศ
ที่ผ่านมา เชื้อเพลิงชีวภาพแข่งขันได้ยากในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นและมีมาตรการภาษีเข้ามาช่วยเสริม ก็มีโอกาสเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น โดยการขยายการใช้ E20 ยังช่วยเพิ่มช่องทางการใช้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับ B20 และภาคขนส่ง มาตรการลดภาษีที่ปรับลดลงทุก 1 บาท ช่วยลดราคาขายปลีกได้ราว 1 บาทกว่าต่อลิตร อาจช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่คำตอบระยะยาวสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งยังต้องใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลักและไม่มีพลังงานอื่นมาทดแทนได้อย่างเต็มที่ในปัจจุบัน
นายวิศิษฐ์มองว่า มาตรการดังกล่าวจึงมีความสำคัญทั้งในแง่การลดภาระบางส่วนและการสร้าง Sentiment หรือความเชื่อมั่นว่าภาครัฐกำลังพยายามหาทางช่วยเหลือภาคธุรกิจ ขณะที่ข้อจำกัดด้านต้นทุนพลังงานยังจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่สะท้อนแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานในประเทศ คือสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบสะสมกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้การลดราคาขายปลีกน้ำมันอาจไม่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับลดลง เพราะยังต้องจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อชดเชยภาระหนี้เดิม
ส่วนแนวคิดการขอเพิ่มเงินจ่ายปันผลจาก ปตท. ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ เพื่อมาเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ นั้น นายวิศิษฐ์เห็นว่าเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญ ท่ามกลางภาระที่กองทุนต้องบริหารจัดการ
อย่างไรก็ดีในภาพรวม หากราคาน้ำมันและพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน ลดสต็อก และผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริง ขณะที่มาตรการภาครัฐสามารถช่วยบรรเทาภาระได้บางส่วน แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การรักษาสภาพคล่องและความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่ผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภคในช่วงที่กำลังซื้อยังเปราะบาง







