thansettakij
thansettakij
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

18 ต.ค. 69 | 07:46 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ต.ค. 69 | 07:46 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกมหาดไทยตรวจธุรกิจใน จ.ระยอง พบกลุ่มเสี่ยงนอมินีหลายราย ทั้งค้าส่ง–ค้าปลีกและโรงแรม เร่งสอบเส้นทางการลงทุนและการประกอบธุรกิจผิดเงื่อนไข ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำคนไทยรับจ้างถือหุ้นแทนต่างชาติมีโทษอาญา

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่อาจใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางการลงทุนของชาวต่างชาติ (นอมินี)
  • ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบกรณีน่าสงสัยหลายราย เช่น 4 บริษัทจดทะเบียนในที่ตั้งเดียวกันและประกอบธุรกิจนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
  • พบธุรกิจโรงแรมที่มีคนไทยถือหุ้นใหญ่ แต่ยอมรับว่าใช้เงินลงทุนจากชาวต่างชาติเพื่อหลีกเลี่ยงสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว
  • กรมฯ จะดำเนินการสอบสวนเชิงลึกเพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บูรณาการความร่วมมือกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางการลงทุนของชาวต่างชาติ หรือ “นอมินี” ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม อพาร์ตเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงาน

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและลงพื้นที่เชิงลึก พบธุรกิจหลายกลุ่มมีข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งกรณีประกอบธุรกิจนอกเหนือจากขอบเขตที่ได้รับอนุญาต การประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายบัญชีสามตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และกรณีโรงแรมที่มีการยอมรับว่าใช้เงินลงทุนจากชาวต่างชาติเพื่อหลีกเลี่ยงสถานะนิติบุคคลต่างด้าว

พบ 4 นิติบุคคลใช้ที่ตั้งสำนักงานใหญ่เดียวกัน

จากการคัดกรองข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล พบธุรกิจ 4 รายจดทะเบียนสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน แบ่งเป็นนิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมีหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบงบการเงินปีที่ผ่านมา พบว่าระบุประเภทธุรกิจขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตการประกอบธุรกิจตามหนังสือรับรองที่ได้รับ

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

ส่วนอีก 2 รายเป็นนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่เกิน 50% ประกอบธุรกิจนำเข้า ส่งออก ซื้อขายอุปกรณ์โรงงาน วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง ตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

อย่างไรก็ตาม การเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเชิงลึกว่า มีคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจจริงหรือไม่

โรงแรมรับเงินลงทุนต่างชาติ เลี่ยงสถานะต่างด้าว

อีกกรณีที่ตรวจพบเป็นนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี ประกอบธุรกิจบริการที่พักและอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ถือหุ้น 10,600 หุ้น คิดเป็น 53% ของหุ้นทั้งหมด ขณะที่ผู้ถือหุ้นต่างด้าว 2 ราย ถือหุ้นรวม 9,400 หุ้น หรือ 47%

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ดูแลโรงแรมซึ่งเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้น ชี้แจงว่าเป็นการเช่าสถานที่มาดัดแปลงเป็นโรงแรม พร้อมยอมรับว่าเงินลงทุนเป็นของชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้นิติบุคคลมีสถานะเป็นต่างด้าวในการประกอบธุรกิจโรงแรม

นอกจากนี้ ยังพบว่าโรงแรมดังกล่าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งกรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ประเด็นโครงสร้างการถือหุ้นและแหล่งเงินลงทุนจะได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยระยอง พบธุรกิจเสี่ยงนอมินี จ่อสอบเชิงลึก

เร่งสอบข้อเท็จจริง ย้ำโทษนอมินีจำคุกสูงสุด 3 ปี

นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า กรมฯ ได้มีหนังสือแจ้งให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

สำหรับคนไทยที่ยินยอมรับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ อาจมีความผิดตามมาตรา 36 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 37 และมีอัตราโทษเช่นเดียวกัน

การตรวจสอบครั้งนี้จึงมุ่งขยายผลจากข้อบ่งชี้ความเสี่ยงไปสู่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้านการถือหุ้น แหล่งเงินลงทุน และขอบเขตการประกอบธุรกิจ เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง