thansettakij
thansettakij
ตำรวจไล่สอบ โรงสี 107 แห่ง ระทึก ถูกพาดพิงปมผู้ส่งออกเบี้ยวส่งมอบปลายข้าวให้จีน 1.2 แสนตัน

ตำรวจไล่สอบ โรงสี 107 แห่ง ระทึก ถูกพาดพิงปมผู้ส่งออกเบี้ยวส่งมอบปลายข้าวให้จีน 1.2 แสนตัน

11 ต.ค. 69 | 04:02 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ต.ค. 69 | 04:03 น.

วงการข้าวจับตาปมร้อน ผู้ส่งออกทำสัญญาขายปลายข้าวให้จีน 1.2 แสนตัน รับมัดจำ 140 ล้านบาท แต่ไม่ส่งมอบสินค้า อ้างนำเงินไปวางมัดจำโรงสี 107 แห่ง ตำรวจไล่สอบพยาน พบหลายรายเคยค้าขายกันเพียง 1-2 ครั้งเมื่อ 2 ปีก่อน

KEY

POINTS

  • ผู้ส่งออกไทยเบี้ยวสัญญาไม่ส่งมอบปลายข้าว 1.2 แสนตันให้คู่ค้าชาวจีน หลังรับเงินมัดจำไปแล้ว 140 ล้านบาท
  • ผู้ส่งออกอ้างว่าได้นำเงินมัดจำไปจ่ายให้โรงสี 107 แห่ง แต่โรงสีไม่ส่งมอบข้าวให้ ทำให้ตำรวจต้องเรียกสอบสวนโรงสีที่ถูกพาดพิง
  • เกิดข้อสงสัยว่ารายชื่อโรงสีอาจถูกแอบอ้าง เนื่องจากบางแห่งเลิกกิจการแล้วหรือเคยซื้อขายเพียงเล็กน้อยในอดีต โดยโรงสีต้องใช้หลักฐานการเงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

แหล่งข่าววงการข้าว เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราได้เรียกโรงสีหลายแห่งเข้าสอบปากคำในฐานะพยาน กรณีผู้ส่งออกรายหนึ่งทำสัญญาส่งมอบปลายข้าวจำนวน 120,000 ตัน ให้คู่ค้าชาวจีน และได้รับเงินมัดจำแล้ว 140 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา โดยอ้างว่านำเงินมัดจำไปวางไว้กับโรงสี 107 แห่ง แห่งละ 500,000-1,000,000 บาท แต่โรงสีไม่ส่งมอบข้าวให้ จึงไม่มีสินค้าไปส่งมอบแก่คู่ค้า

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีโรงสีบางแห่งเคยซื้อขายกับตัวแทนของบริษัทดังกล่าวจริงเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน แต่ซื้อขายกันเพียง 1-2 ครั้ง กลับมีรายชื่อถูกนำไปกล่าวอ้างในกรณีนี้ด้วย ขณะที่บางแห่งเลิกกิจการไปแล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารายชื่อโรงสีอาจถูกรวบรวมจาก Google หรือฐานข้อมูลเก่า ก่อนนำไปใช้ประกอบการกล่าวอ้างว่ามีการวางเงินมัดจำซื้อข้าว

ตำรวจเดินหน้าสอบพยาน ขยายผลหลายจังหวัด

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยสอบพยานในจังหวัดอ่างทองและจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 3 ในการดำเนินการ ก่อนขยายไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงโรงสีหลายแห่งในจังหวัดพิจิตร เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรมที่ถูกกล่าวอ้าง

สำหรับโรงสีที่มีรายชื่อเกี่ยวข้อง หัวใจสำคัญในการชี้แจง คือหลักฐานเส้นทางการเงินและเอกสารการซื้อขาย หากไม่พบเงินมัดจำเข้าบัญชี และไม่มีสัญญาซื้อขายที่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโรงสีไม่ได้รับเงินหรือทำธุรกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความรับผิดต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานของแต่ละกรณี

สมาคมเตือนภัยสมาชิก หวั่นถูกแอบอ้างซ้ำ

แหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมกับตัวแทนฝ่ายจีน ยังได้ขอความร่วมมือไม่ให้เปิดเผยชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากยังต้องการให้บริษัทดำเนินธุรกิจต่อไป เพื่อหาเงินมาชำระคืน แต่ในอีกด้านหนึ่ง สมาคมที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องแจ้งเตือนสมาชิกให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายและไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ ขอให้โรงสีทุกแห่งที่ถูกกล่าวอ้างชื่อเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งรายการเดินบัญชี สัญญาซื้อขาย ใบรับเงิน และหลักฐานการส่งมอบสินค้า เพื่อใช้ยืนยันข้อเท็จจริงและปกป้องสิทธิของตนเอง