thansettakij
thansettakij
‘เกษตรฯ’ ผ่ากำลังคน 6.9 หมื่นอัตรา จับตาลด 15% กว่า 5 พันตำแหน่ง

‘เกษตรฯ’ ผ่ากำลังคน 6.9 หมื่นอัตรา จับตาลด 15% กว่า 5 พันตำแหน่ง

เกษตรฯ ถึงจุดเปลี่ยน ปฏิรูประบบราชการตามนโยบาย “One Roof” เร่งจัดระเบียบกำลังคน 6.9 หมื่นอัตรา จับตาลดข้าราชการ 15% หรือกว่า 5,000 อัตรา ก่อนส่งบัญชีให้ คปร. 31 ธ.ค.นี้ ขณะที่โครงสร้างใหม่ยังไม่ลงตัว หวั่นกระทบภารกิจเฉพาะทางและการบริการเกษตรกร

KEY

POINTS

  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมปฏิรู ตามนโยบาย “One Roof” โครงสร้างกำลังคนเกือบ 7 หมื่นอัตรา โดยมีเป้าหมายลดตำแหน่งข้าราชการลง 15% หรือกว่า 5,000 ตำแหน่ง
  • การปรับลดอัตรากำลังดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปฏิรูประบบราชการ โดยกระทรวงฯ ต้องเร่งเสนอโครงสร้างใหม่ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569
  • มีความกังวลว่าการยุบตำแหน่งก่อนที่ภารกิจและโครงสร้างใหม่จะชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อสายงานวิชาชีพเฉพาะทางและขีดความสามารถของหน่วยงาน

การปฏิรูประบบราชการ ตามนโยบาย “One Roof” กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ออกหนังสือเวียนวันที่ 4 กันยายน 2569 เพื่อรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กำหนดแนวทางด้านภารกิจ โครงสร้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการ

ประเด็นที่ถูกจับตาคือ การปรับ “กำลังคน” กำลังเกิดขึ้นในช่วงที่การทบทวนภารกิจและโครงสร้างใหม่ของกระทรวงฯ ยังไม่แล้วเสร็จ โดยกระทรวงต้องเร่งตรวจสอบตำแหน่งว่างย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 และจัดทำบัญชีรายงานต่อคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ขณะที่ข้อเสนอโครงสร้างภาพรวมของกระทรวงฯ ต้องเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569

 

เร่งเคลียร์อัตรากำลังใหม่

แหล่งข่าวจากผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรอบเวลาดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า หากการตัดหรือยุบตำแหน่งเกิดขึ้นก่อนที่ภารกิจและโครงสร้างใหม่จะมีความชัดเจน อาจทำให้อัตรากำลังที่ปรับลดไม่สอดคล้องกับภารกิจที่กระทรวงต้องรับผิดชอบในอนาคต

เปิดอัตรากำลังของกระทรวงเกษตรฯ สนองนโยบาย "One Roof" ของรัฐบาล

ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ มีบุคลากรรวม 69,818 อัตรา ใน 15 ส่วนราชการ ประกอบด้วย ข้าราชการ 33,957 อัตรา หรือ 48.6% พนักงานราชการ 30,234 อัตรา หรือ 43.3% และลูกจ้างประจำ 5,627 อัตรา หรือ 8.1% หากนำเป้าหมายลดจำนวนข้าราชการลง 15% มาคำนวณ จะเท่ากับการลดอัตราข้าราชการประมาณ 5,094 อัตรา

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนตำแหน่งที่ลดลง แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าเป็นตำแหน่งประเภทใด โดยเฉพาะสายงานวิชาชีพเฉพาะที่ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ เช่น สัตวแพทย์ วิศวกรชลประทาน นักวิทยาศาสตร์ และบุคลากรห้องปฏิบัติการ หากตำแหน่งเหล่านี้ถูกยุบและไม่สามารถตั้งทดแทนได้ อาจกระทบขีดความสามารถของหน่วยงานในการปฏิบัติงานเฉพาะด้าน ขณะที่การตรึงอัตราตั้งใหม่ยังอาจจำกัดการใช้พนักงานราชการเพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น

One Roof 15 กรม โจทย์ใหญ่กว่าการรวมสำนักงาน

ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างทั้ง 15 ส่วนราชการของกระทรวงฯ มีความซับซ้อน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีภารกิจระดับภูมิภาค เช่น กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะใช้แนวทางยุบรวม ถ่ายโอน หรือปรับเป็นราชการส่วนภูมิภาคอย่างไร โดยไม่กระทบการให้บริการเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาอำนาจตามกฎหมาย ขอบเขตพื้นที่ทำงาน และเส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากร เพราะหลายภารกิจไม่ได้ยึดตามเส้นแบ่งจังหวัด เช่น งานชลประทาน ดิน น้ำ วิจัยพืช และเมล็ดพันธุ์ โดยกระทรวงฯ กำลังพัฒนาแนวทาง “One Roof–Two Roofs–Three Roofs” เพื่อให้แต่ละกรมออกแบบโครงสร้างไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน และรักษาประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่

3 ปมใหญ่ รวมหน่วยงานเกษตรไม่ง่าย

สำหรับแนวคิดการปฏิรูปใหม่ มุ่งจัดกลุ่มภารกิจเป็น 3 มิติ ได้แก่ “คน–พื้นที่–สินค้า” พร้อม 2 แกนกลาง คือ ฐานข้อมูลและ AI และงานยุทธศาสตร์–ติดตามประเมินผล เป้าหมายเพื่อเชื่อมข้อมูล “คน × แปลง × สินค้า” และพัฒนาระบบบริการแบบ One Stop Service
แหล่งข่าวกล่าวว่า จุดชี้ขาดของการปฏิรูปไม่ได้อยู่ที่การลดจำนวนกรมหรือตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่า บุคลากรที่เหลืออยู่จะทำอะไร และเกษตรกรจะได้รับบริการที่ดีขึ้นหรือไม่ โดยโจทย์สำคัญคือการปรับกำลังคนราว 5,000 ตำแหน่งให้สอดคล้องกับโครงสร้างราชการใหม่ เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานของกระทรวงเกษตรฯ จากระบบที่แยกตามกรม ไปสู่ระบบที่ยึด “เกษตรกร–พื้นที่–สินค้า” เป็นศูนย์กลาง

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,240 วันที่ 1 - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569