thansettakij
thansettakij
กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

28 ก.ย. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 05:40 น.

กรมชลฯ เดินหน้าโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง 950 ล้านบาท เร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก คาดลดพื้นที่ท่วม 47% เหลือ 27 ตร.กม.พร้อมเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ 2 หมื่นไร่ กักเก็บน้ำฤดูแล้ง-ผลักดันน้ำเค็ม รองรับการบริหารจัดการน้ำตรังระยะยาว

KEY

POINTS

  • กรมชลประทานใช้งบประมาณ 950 ล้านบาท สร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
  • โครงการตั้งเป้าลดพื้นที่น้ำท่วมลง 47% จาก 51 ตารางกิโลเมตร เหลือ 27 ตารางกิโลเมตร
  • เกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากพื้นที่ชลประทานรวม 20,000 ไร่ และยังช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งพร้อมผลักดันน้ำเค็ม

ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่อยู่คู่ลุ่มน้ำตรังมานานหลายทศวรรษ กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อกรมชลประทานเดินหน้าโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง วงเงินรวม 950 ล้านบาท หลังเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องและเปิดสัญญาหลักก่อสร้างประตูระบายน้ำวงเงิน 749.5 ล้านบาทแล้ว โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งช่วงน้ำหลากและฤดูแล้ง

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงเร่งระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย แต่ยังออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงสำรองน้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็มและรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ ขณะที่เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะลดพื้นที่น้ำท่วมจาก 51 ตารางกิโลเมตร เหลือ 27 ตารางกิโลเมตร หรือบรรเทาอุทกภัยได้ 47% พร้อมสร้างพื้นที่รับประโยชน์รวม 20,000 ไร่

วิกฤตน้ำท่วมซ้ำซาก จุดเริ่มโครงการ

แม่น้ำตรังมีความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร มีต้นน้ำจากอำเภอทุ่งสงและไหลลงสู่ทะเลอันดามัน โดยพื้นที่ช่วงกลางของแม่น้ำตั้งแต่อำเภอห้วยยอดถึงอำเภอเมืองตรัง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลนาท่ามใต้และตำบลหนองตรุด เป็นที่ราบนาผืนใหญ่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและท่วมขังเป็นเวลานาน หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเกิน 3 วัน มักเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่

ปัญหาดังกล่าวเริ่มมีการศึกษาเพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2531 ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมชลประทานศึกษาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตรัง-ปะเหลียน และการศึกษาแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2535

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2554 พระครูปัญญาวัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาเมืองเพชร ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง ได้มีลิขิตถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นและขุดคลองสายใหม่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

กรมชลประทานจึงศึกษาวางโครงการ “ระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง” แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2556 และเสนอแนวทางก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมขุดลอกแม่น้ำตรังด้านท้ายน้ำ ก่อนจัดทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562 จากนั้นกรมชลประทานอนุมัติเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 และเริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

3 เป้าหมายหลัก บริหารน้ำครบวงจร

นายพิมาน จันทมณีโชติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง เปิดเผยว่า โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำตรังมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ บรรเทาอุทกภัยจากน้ำไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองตรังและพื้นที่ใกล้เคียง กักเก็บน้ำไว้สำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และเป็นแหล่งน้ำสำหรับผลักดันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง

นายพิมาน จันทมณีโชติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง

ดังนั้น บทบาทของโครงการจึงครอบคลุมตั้งแต่การเร่งระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ไปจนถึงการควบคุมและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำตรังในระยะยาว

 

950 ล้าน วางระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง

โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง มีกรอบงบประมาณรวม 950 ล้านบาท ตามแผนงานบูรณาการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ งานประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง งานขุดและปรับปรุงช่องลัดแม่น้ำตรัง 3 ช่อง งานขุดลอกและขยายลำน้ำ งานป้องกันตลิ่ง รวมถึงงานปรับปรุงสะพานรถยนต์

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

ประตูระบายน้ำแม่น้ำตรังเป็นอาคารประตูระบายน้ำแบบบานตรง 2 ชั้น หรือ Double Leaf จำนวน 6 บาน โดยบานบนมีขนาด 12.50 x 5.20 เมตร และบานล่างขนาด 12.50 x 3.30 เมตร สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งอยู่บริเวณช่องลัดแม่น้ำตรัง ด้านท้ายน้ำของสะพานโคกยูง-ท่าส้มประมาณ 800 เมตร

เฉพาะงานประตูระบายน้ำมีงบประมาณ 750 ล้านบาท และได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2569 จำนวน 112.5 ล้านบาท โดยบริษัท ชัยเจริญไมตรี จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วงเงินตามสัญญา 749.5 ล้านบาท ตามสัญญาเลขที่ กจ.42/2569 (สพด.) ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569

นายอาคม  คงทอง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานตรัง

เปิดทางน้ำ 3 ช่อง เพิ่มประสิทธิภาพระบาย

อีกองค์ประกอบสำคัญคือการขุดและปรับปรุงช่องลัดแม่น้ำตรัง 3 ช่อง ประกอบด้วย ช่องลัดที่ 1 ซึ่งขุดใหม่ กว้าง 70 เมตร ยาว 0.334 กิโลเมตร ช่องลัดที่ 2 ขุดใหม่ กว้าง 70 เมตร ยาว 0.502 กิโลเมตร และช่องลัดที่ 3 ซึ่งเป็นการปรับปรุงช่องลัดเดิม ยาว 0.276 กิโลเมตร

งานช่องลัดที่ 2 พร้อมอาคารประกอบ วงเงิน 37.1835 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% ในปีงบประมาณ 2567 ขณะที่งานช่องลัดที่ 1 และปรับปรุงช่องลัดที่ 3 วงเงิน 40 ล้านบาท แล้วเสร็จ 100% และปิดงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568

นอกจากนี้ยังมีงานขุดลอก ขยายลำน้ำ และป้องกันตลิ่งแม่น้ำตรัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำและเสริมความมั่นคงของโครงสร้างในพื้นที่โครงการ

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

งานโครงสร้างพร้อม สัญญาหลักเริ่มเดินหน้า

ข้อมูลความก้าวหน้าล่าสุด ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 ระบุว่า งานโครงสร้างพื้นฐานแวดล้อมหลายรายการดำเนินการแล้วเสร็จ 100% ทั้งงานก่อสร้างล้อมรั้ว งานสถานีสูบน้ำพร้อมอาคารประกอบ งานป้องกันตลิ่งปากคลองผันน้ำแม่น้ำตรัง งานสะพานรถยนต์คลองช่องลัดที่ 2 งานถนนลาดยาง และงานป้องกันตลิ่งแม่น้ำตรังฝั่งขวาบ้านโคกยาง

สำหรับงานก่อสร้างรั้วระยะที่ 2 วงเงิน 8.899 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีแผนงาน 19.320% แต่ทำผลงานได้ 30.990% ถือว่าเร็วกว่าแผน ขณะที่สัญญาหลัก งานก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง พร้อมอาคารประกอบและส่วนประกอบอื่น วงเงิน 749.5 ล้านบาท เริ่มเปิดพื้นที่ก่อสร้างแล้ว โดยมีระยะเวลาสัญญา 1,080 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2572 ล่าสุดมีแผนงาน 0.700% และผลงานจริง 0.142%

กรมชลฯลุย 950 ล้าน ประตูระบายน้ำตรัง ลดน้ำท่วม 47% เกษตรกรรับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

เดินหน้าจัดหาที่ดินกว่า 223 ไร่

ด้านการจัดหาที่ดิน กรมชลประทานได้รับจัดสรรงบประมาณค่าที่ดินในปีงบประมาณ 2566 จำนวน 83.3367 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายค่าทดแทนที่ดินรวม 5 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 223 ไร่

ส่วนการใช้พื้นที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 และกรมป่าไม้ ได้ออกใบอนุญาตให้กรมชลประทานเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 4(1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เนื้อที่ 54 ไร่ 3 งาน 18.75 ตารางวา โดยได้รับอนุญาตถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2599

ขณะเดียวกัน โครงการได้รับการอนุมัติใช้พื้นที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังในส่วนที่ตัดผ่านถนนสายโคกยาง-ควนธานี รวมถึงได้รับอนุญาตจากกรมประมงในพื้นที่ศูนย์วิจัยฯ เนื้อที่ 18-0-37.50 ไร่ และกรมเจ้าท่าสำหรับการขุดลอกช่องลัดที่ 1-3 พร้อมมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ตรวจสอบและติดตามโครงการ

ลดพื้นที่ท่วม 24 ตร.กม. รับประโยชน์ 2 หมื่นไร่

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยบรรเทาอุทกภัยได้ 47% โดยลดพื้นที่น้ำท่วมจากเดิม 51 ตารางกิโลเมตร เหลือ 27 ตารางกิโลเมตร หรือลดพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมลง 24 ตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์รวม 20,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ชลประทาน 16,000 ไร่ โดยพื้นที่บริเวณคลองผันน้ำหนองตรุด-คลองช้างทั้งฝั่งซ้ายและขวา รับประโยชน์ 12,400 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 9,920 ไร่ ส่วนพื้นที่เหนือน้ำประตูระบายน้ำทั้งสองฝั่ง รับประโยชน์ 7,600 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 6,080 ไร่

ผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ทั้งในช่วงน้ำหลากและฤดูแล้ง พร้อมสนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในเขตรับประโยชน์ของโครงการ

สำรองน้ำดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศท้ายประตู

นอกจากการลดผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว โครงการยังมีบทบาทด้านการบริหารน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยสามารถสำรองน้ำเหนือน้ำประตูระบายน้ำไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็มบริเวณท้ายน้ำในอัตราไม่น้อยกว่า 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและองค์ประกอบต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน ทั้งประตูระบายน้ำ ช่องลัด ลำน้ำ และระบบป้องกันตลิ่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำตรัง ตั้งแต่การเร่งระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ไปจนถึงการกักเก็บและควบคุมปริมาณน้ำในช่วงฤดูแล้ง

จากโครงการที่เริ่มต้นจากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในอดีต ปัจจุบันเข้าสู่ช่วงเดินหน้าสัญญาหลักวงเงิน 749.5 ล้านบาท ขณะที่งานประกอบสำคัญหลายส่วนทยอยแล้วเสร็จ ถือเป็นอีกขั้นของการวางระบบบริหารจัดการน้ำจังหวัดตรัง เพื่อรองรับทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็มในระยะยาว