
กรมชลฯ เพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแตะ 2,000 ลบ.ม./วินาที เที่ยงวันนี้
กรมชลประทานทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมคงอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เตือนทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
KEY
POINTS
- กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 12.00 น. ของวันนี้ (28 ก.ย.)
- สาเหตุมาจากการมีฝนตกหนักในพื้นที่เหนือเขื่อนและลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- สถานการณ์น้ำท้ายเขื่อน ณ เวลา 10.00 น. ยังคงต่ำกว่าระดับตลิ่งอยู่ 1.82 เมตร
- กรมชลฯ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำอีกหากปริมาณน้ำทางตอนบนสูงขึ้น
วันที่ 28 กันยายน 2569 กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 10.00 น. หลังฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กรมชลประทานเตรียมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้ถึงอัตราดังกล่าวภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2569 และจะคงอัตราการระบายน้ำไว้ต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์น้ำที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พบว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,918 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.51 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.69 เมตร
ขณะที่สถานี C.13 บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.46 เมตร ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.52 เมตร หรือต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.82 เมตร
กรมชลประทานขอให้ทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งข้อมูลการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเป็นระยะ.







