
เกษตรฯ กวาด 18 รางวัลเลิศรัฐ 2569 เปิด 6 หน่วยงาน โชว์ผลงานพลิกโฉมเกษตรไทย
กระทรวงเกษตรฯ โชว์ผลงาน 6 หน่วยงาน กวาด 18 รางวัลเลิศรัฐ 2569 สะท้อนยกระดับบริการรัฐ ใช้ข้อมูล งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แก้โจทย์เกษตรกร สร้างมูลค่าและเพิ่มขีดแข่งขันการค้าไทย
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 รวม 18 รางวัล จากผลงานของ 6 หน่วยงานในสังกัด
- ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้พลิกโฉมภาคเกษตร เช่น การใช้ Big Data วางแผนการผลิต การพัฒนาระบบตรวจ GMO ที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ และการเปลี่ยนบริการภาครัฐสู่ระบบออนไลน์
- โครงการที่ได้รับรางวัลเน้นการทำงานเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพื่อแก้ปัญหาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร เช่น การฟื้นฟูดินวิกฤต และการยกระดับมังคุดและมะม่วงสู่ตลาดมูลค่าสูง
11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า" เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี
สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีนี้มีผลงานโดดเด่นจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร รวม 18 รางวัล สะท้อนการยกระดับภารกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ฐานข้อมูล การวิจัย นวัตกรรม การผลิต การตลาด ตลอดจนการบริหารราชการ
"กรมพัฒนาที่ดิน" กวาด 3 รางวัล ดันบริการรัฐลงพื้นที่
กรมพัฒนาที่ดิน คว้า 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชน (Open Governance) ระดับดี จากผลงาน "ตรวจดิน ตรวจใจ ใกล้ชิดประชาชน" และรางวัลประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี จากผลงาน "วังร่องโมเดล : พลิกฟื้นดินวิกฤตด้วยเกษตรอินทรีย์ สู่บำนาญชีวิตผู้สูงวัย"
โดยทั้ง 3 รางวัลสะท้อนการปรับบทบาทจากหน่วยงานด้านวิชาการสู่การทำงานเชิงพื้นที่ โดยนำองค์ความรู้ด้านดินและเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาให้ตรงกับบริบทของเกษตรกร พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม
ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ระบุว่า หัวใจของการทำงานภาครัฐยุคใหม่ไม่ใช่เพียงทำงานให้สำเร็จ แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ โดยกรมฯ จะเดินหน้าการทำงานเชิงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็น และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพบริการ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงบริการได้สะดวกและตรงความต้องการมากขึ้น
"กรมวิชาการเกษตร" 2 รางวัล ดันเกษตรปลอดภัย-ตรวจ GMO ลดต้นทุน 82%
ด้านกรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลจากสาขาบริการภาครัฐ ได้แก่ รางวัลประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี จากผลงาน "เครือข่ายการผลิตพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคกลางสู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน" และ รางวัลประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี จากผลงาน "Matrix Plus Multiplex Real-time PCR: ตรวจจำแนกข้าวโพด GMO เพื่อการค้าโลก"
ผลงานเครือข่ายการผลิตพืชปลอดภัยดำเนินการใน 20 จังหวัดภาคกลาง ระหว่างปี 2564–2568 ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกร 20,122 ราย เกิดเกษตรกรต้นแบบ 52 ราย และเกษตรกรเครือข่าย 422 ราย ครอบคลุม 1,160 ไร่ ขณะที่มีเกษตรกรได้รับมาตรฐาน GAP 8,183 ราย และเกษตรอินทรีย์ 142 ราย รวมพื้นที่ 57,444 ไร่
จุดสำคัญคือการเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และตลาดเข้าด้วยกัน มีเครือข่ายความร่วมมือ 56 หน่วยงาน ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตปลอดภัย 12 ราย และร้าน Q Shop 377 ร้าน โดยผลสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในผลผลิตปี 2568 ลดลง 25% สะท้อนผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่นวัตกรรมตรวจ GMO สามารถลดเวลาตรวจข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจาก 15 วัน เหลือ 5 วัน หรือลดลง 67% และลดต้นทุนจาก 24,920 บาท เหลือ 4,400 บาทต่อตัวอย่าง หรือลดลง 82% ช่วยเพิ่มความสามารถของไทยในการตรวจสอบสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าและรองรับการค้าโลก
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า รางวัลเลิศรัฐทั้ง 2 รางวัลในปีนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของบุคลากรกรมวิชาการเกษตรในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาพัฒนาเป็นบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมเดินหน้าต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก สอดรับกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเติบโตอย่างยั่งยืน
"สศก." ใช้ Big Data เกษตร เชื่อมฐานรากสู่ความมั่นคงอาหาร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงความสำเร็จ สศก. คว้า รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดี จากผลงาน "พลังข้อมูลจากฐานราก สู่ความมั่นคงอาหารของชาติ" ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ระบบปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด ผ่านเว็บไซต์ pcc.oae.go.th รวบรวมข้อมูลพืช ปศุสัตว์ และประมง ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมข้อมูลแหล่งสารอาหาร 20 สารอาหาร พร้อม Dashboard และอินโฟกราฟิก เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาครัฐนำข้อมูลไปใช้วางแผนได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ระบบดังกล่าวเปิดให้ประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่เป็น "หุ้นส่วนข้อมูล" ตั้งแต่การให้ข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้อง ไปจนถึงเสนอแนะแนวทางปรับปรุง โดยมีการกลั่นกรองข้อมูลในระดับพื้นที่ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้สนับสนุนการวางแผนการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ การรับซื้อ การแปรรูป การขนส่ง รวมถึงการเฝ้าระวังสินค้าล้นตลาดและการเตรียมรับมือภัยแล้งและอุทกภัย โดยมีผู้เข้าใช้งานระบบสะสมกว่า 16,346 คน ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569
"รางวัลครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของ สศก. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมพัฒนาข้อมูลจากระดับพื้นที่ให้เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนและตัดสินใจ สศก. ให้ความสำคัญกับ การทำให้ข้อมูลเข้าถึงง่าย เข้าใจได้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตและการตลาดได้ดีขึ้น ผู้ประกอบการบริหารจัดการสินค้าได้อย่างเหมาะสม และภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงได้ทันการณ์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน" นายพีรพันธ์ กล่าวในช่วงท้าย
"ARDA" 4 รางวัล เปลี่ยนทุนวิจัยเป็นมูลค่า 2.4 หมื่นล้าน
อีกหนึ่งหน่วยงานที่โดดเด่นคือสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA คว้า 4 รางวัล ครอบคลุมทั้งนวัตกรรม การนำงานวิจัยไปใช้จริง การมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการองค์กร ตลอด 23 ปี ARDA สนับสนุนงานวิจัย 3,285 โครงการ งบประมาณรวม 9,491 ล้านบาท และผลักดันไปสู่การใช้ประโยชน์ 1,233 โครงการ สร้างมูลค่าผลกระทบรวมกว่า 24,287 ล้านบาท
สำหรับ 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลนวัตกรรมการบริการ ระดับดี จาก "นวัตกรรมอาหารทางการแพทย์คุณภาพสูง" รางวัลขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี จาก "สมาร์ทบีฟโมเดล" รางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดี จาก "ARDA Open & Connect" และรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA ชี้ว่า งานวิจัยจะมีคุณค่าต่อเมื่อสามารถนำไปใช้แก้ปัญหา สร้างรายได้ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยผลประเมินงานวิจัย 100 โครงการ จากงบประมาณ 370 ล้านบาท สามารถสร้างมูลค่าการใช้ประโยชน์ถึง 2,700 ล้านบาท หรือประมาณ 7.3 เท่าของเงินลงทุน
"กรมปศุสัตว์" 2 รางวัล พลิกบริการเปรียบเทียบปรับสู่ระบบออนไลน์
กรมปศุสัตว์คว้า 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า และ รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี จากผลงาน " DLD Justice Online : พลิกโฉมกระบวนการเปรียบเทียบปรับ สร้างมาตรฐานอาหารสัตว์ไทยสู่สากล" ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานให้มีความทันสมัย โดยกรมปศุสัตว์ระบุว่าได้รับรางวัลจากสำนักงาน ก.พ.ร. มาอย่างต่อเนื่องรวม 80 รางวัล สะท้อนการพัฒนาองค์กรและนวัตกรรมบริการอย่างต่อเนื่อง
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นพัฒนาระบบราชการและการให้บริการประชาชนของกรมปศุสัตว์โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ยกระดับการให้บริการ และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลจากสำนักงาน ก.พ.ร. อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 80 รางวัล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและการสร้างนวัตกรรมด้านการให้บริการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมปศุสัตว์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์ประชาชน
"กรมส่งเสริมการเกษตร" กวาด 6 รางวัล ชูมังคุด–มะม่วง–ตลาดเกษตรกร
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงความสำเร็จในการคว้ารางวัลมากที่สุดในกลุ่มนี้ รวม 6 รางวัล ครอบคลุมทั้งการมีส่วนร่วม บริการภาครัฐ และการบริหารจัดการองค์กร ไฮไลต์อยู่ที่รางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น จากผลงาน "มังคุดหวานลำเลียง สู่เกษตรมูลค่าสูงและการแก้จนอย่างยั่งยืน" ของสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง พร้อมรางวัลหุ้นส่วนความร่วมมือ เพื่อยกย่องภาคีที่ร่วมขับเคลื่อนงานจนเกิดผลสำเร็จ
นอกจากนี้ยังมีผลงาน "ปลูกมะม่วง ปลูกอนาคต : มะม่วงเพชรบูรณ์ก้าวสู่เวทีโลก" และ "พิมูลโมเดล สู่พลังเครือข่าย PGS จังหวัดอุบลฯ ยกระดับเกษตรกรสู่คู่ห้าง Modern Trade ด้วยกลไกการมีส่วนร่วม" ที่คว้ารางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี ขณะที่ "ตลาดเกษตรกรขับเคลื่อนเห็นผล ลดความยากจน จังหวัดราชบุรี" ได้รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี อีก 1 รางวัลเป็นรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ประเภทรายหมวด หมวด 5 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล สะท้อนการพัฒนาระบบบุคลากรควบคู่กับการขับเคลื่อนงานภาคสนาม
จาก "รางวัล" สู่โจทย์ใหญ่ ยกระดับภาคเกษตรไทย
ภาพรวมรางวัลเลิศรัฐของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปี 2569 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จด้านการบริหารราชการ แต่สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านของภาครัฐที่มุ่ง "ผลลัพธ์" มากกว่า "กระบวนการ" ตั้งแต่การใช้ข้อมูลระดับพื้นที่เพื่อวางแผนอาหาร การนำงานวิจัยไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การลดต้นทุนและระยะเวลาตรวจสินค้าเกษตร การยกระดับมาตรฐานการผลิต การสร้างตลาดให้เกษตรกร ไปจนถึงการฟื้นฟูทรัพยากรดินและสร้างอาชีพให้ชุมชน
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษารางวัล แต่คือการ ขยายผลจากต้นแบบไปสู่พื้นที่อื่น และทำให้เทคโนโลยี ข้อมูล งานวิจัย และนวัตกรรมเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะ "รางวัลเลิศรัฐ" ในปี 2569 กำลังสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของกระทรวงเกษตรฯ จากหน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุนภาคเกษตร ไปสู่ กลไกสร้างมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันให้เศรษฐกิจการเกษตรไทย อย่างเป็นรูปธรรม







