thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

03 ก.ย. 69 | 09:03 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 69 | 09:04 น.

พาณิชย์ลุยตรวจ 7 บริษัทเข้าข่ายนอมินีในนครพนม พบใช้บ้านประชาชนเป็นที่ตั้งโดยเจ้าบ้านไม่รู้ตัว เร่งเรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน 15 วันหากพบหลักฐานแจ้งข้อมูลเท็จ จ่อเพิกถอนการจดทะเบียน พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบ 7 บริษัทใน จ.นครพนม ที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หลังพบว่าใช้ที่อยู่บ้านของชาวบ้านแอบอ้างจดทะเบียนเป็นที่ตั้งสำนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ผลการตรวจสอบพบว่าที่ตั้งดังกล่าวไม่มีการประกอบธุรกิจจริง และกรรมการชาวต่างชาติไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเวลาที่จดทะเบียนบริษัท
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมเพิกถอนการจดทะเบียนทั้ง 7 บริษัท พร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จและปลอมแปลงเอกสาร

พาณิชย์เดินหน้าปราบปรามนอมินี ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ร่วมกับนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งบริษัทที่มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ จำนวน 7 บริษัท หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าอาจมีการนำที่อยู่บ้านพักอาศัยของประชาชนไปใช้แอบอ้างเป็นสถานที่ตั้งในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 7 บริษัทใช้บ้านพักอาศัยของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง แต่ไม่ปรากฏสภาพการประกอบธุรกิจ โดยเจ้าบ้านระบุว่าไม่ทราบว่าถูกนำที่อยู่ไปจดทะเบียนเป็นสถานที่ตั้งบริษัทของคนต่างชาติ และไม่รู้จักทั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ผู้ยื่นคำขอจัดตั้งบริษัท และพยานชาวไทย รวมถึงไม่ได้ยินยอมให้นำที่อยู่ไปใช้แต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าบ้านได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจแล้ว

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว นายทะเบียนได้ดำเนินการระบุข้อความข้อควรทราบไว้ในหน้าหนังสือรับรองของบริษัททั้ง 7 แห่งว่า “นิติบุคคลไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่ได้จดทะเบียนไว้” เพื่อเตือนประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ใช้ความระมัดระวังในการติดต่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว

จ่อเพิกถอน 7 บริษัท หากพบแจ้งข้อมูลเท็จ

นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนมยังได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรของกรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติทั้ง 7 บริษัท รวม 14 ราย พบว่าในช่วงเวลาที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

ขณะเดียวกัน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนมได้มีหนังสือเรียกกรรมการ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ผู้รับรองลายมือชื่อคนไทย ทั้งผู้ทำคำขอจดทะเบียนและผู้ทำบัญชี รวมถึงพยานในคำขอจดทะเบียน ให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดจะดำเนินการตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

หากรวบรวมข้อเท็จจริงและมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน นายทะเบียนผู้รับจดทะเบียนจะดำเนินการ เพิกถอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททั้ง 7 แห่ง โดยออกเป็นคำสั่งทางปกครอง พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

จ่อเอาผิดแจ้งเท็จ-ปลอมเอกสาร

การดำเนินคดีจะครอบคลุมกรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากไม่มีการประชุมจัดตั้งบริษัทขึ้นจริง ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร และมีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ โดยมีโทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 และ 268

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์ฯ ยังได้จัดทำแบบประชาสัมพันธ์วิธีการตรวจสอบการแอบอ้างนำที่ตั้งบ้านไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งสำนักงานด้วยตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกนำที่อยู่ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อขอให้แจ้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

เปิดช่องทางเช็กที่อยู่ ป้องกันถูกสวมสิทธิ์

สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยเลือกหัวข้อ Hot Service และเลือก “ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล”

พาณิชย์ลุยนอมินีนครพนม จ่อเพิกถอน 7 บริษัท ใช้บ้านชาวบ้านตั้งธุรกิจ

หากพบว่าถูกแอบอ้าง สามารถแจ้งความและยื่นคำร้องมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือแจ้งผ่านอีเมล [email protected] พร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านหรือสำเนาโฉนดที่ดินของเจ้าของกรรมสิทธิ์ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่าและหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า (ถ้ามี) แผนที่ ตลอดจนข้อมูลผู้ประสานงาน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่สำหรับติดต่อ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่น