
ข้าวโพด-ถั่วเหลืองเด้ง ตลาดชิคาโก จับตาผลผลิตสหรัฐ-จีนเร่งซื้อ
ตลาดชิคาโกปิดบวก ข้าวโพด-ถั่วเหลืองได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ จับตา Pro Farmer Crop Tour ชี้ผลผลิตสหรัฐส่อหด ขณะที่จีนเร่งซื้อถั่วเหลืองต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- ราคาข้าวโพดในตลาดล่วงหน้าชิคาโกปรับตัวสูงขึ้น จากคำสั่งซื้อล็อตใหญ่และความกังวลว่าผลผลิตในสหรัฐฯ อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์เนื่องจากสภาพอากาศ
- ราคาถั่วเหลืองได้รับแรงหนุนสำคัญจากการที่จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ เร่งสั่งซื้อปริมาณมากจากสหรัฐอเมริกา
- ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ผลผลิตพืชไร่ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางราคาต่อไป
แหล่งข่าววงการค้าพืชไร่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) ปิดการซื้อขายวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ข้าวโพดและถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้าวสาลีอ่อนตัวลงเล็กน้อย ท่ามกลางแรงซื้อเก็งกำไรและปัจจัยพื้นฐานด้านสภาพอากาศ ผลผลิต และการส่งออกที่เข้ามากระตุ้นตลาด
ข้าวโพดพุ่ง รับข่าวซื้อขายล็อตใหญ่-จับตาผลผลิตสหรัฐ
สัญญาข้าวโพดเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 4.8375 ดอลลาร์ต่อบุชเชล เพิ่มขึ้น 5.00 เซนต์ จากราคาเปิด 4.7700 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาเดือนธันวาคม 2569 ปิดที่ 5.0850 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.00 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 5.2350 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.25 เซนต์ ซึ่งมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากรายงานการขายข้าวโพดของภาคเอกชน
โดยมีการแจ้งขายข้าวโพดให้ผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยประเทศจำนวน 8.1 ล้านบุชเชล หรือประมาณ 205,000 ตัน สำหรับการส่งมอบจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไปแม้ในช่วงเปิดตลาดราคาข้าวโพดจะเผชิญแรงขายทำกำไร หลังนักลงทุนเร่งลดสถานะการถือครองบางส่วน แต่ในช่วงท้ายตลาดราคากลับมาปรับตัวขึ้น ตามแรงซื้อจากข่าวการส่งออกและปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นต่อเนื่อง
Pro Farmer ชี้ผลผลิตข้าวโพดสหรัฐเสี่ยงต่ำกว่าคาด
ตลาดยังจับตาผลสำรวจ Pro Farmer Crop Tour ซึ่งมีสัญญาณว่าผลผลิตข้าวโพดบางพื้นที่อาจต่ำกว่าที่คาด หลังพบปัญหาจากสภาพอากาศ ทั้งพื้นที่น้ำท่วม ต้นข้าวโพดมีขนาดเล็ก ฝักมีขนาดลดลง และเมล็ดในฝักมีลักษณะแคระแกรน ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสัญญาล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลต่อแรงขายจากกองทุนก่อนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว โดยมีรายงานว่าสถานะซื้อสุทธิของกองทุนในตลาดข้าวโพดลดลงเหลือประมาณ 127,000 สัญญา หรือคิดเป็นข้าวโพดราว 635 ล้านบุชเชล หรือประมาณ 16.13 ล้านตันขณะเดียวกัน USDA ยังคงประมาณการผลผลิตข้าวโพดสหรัฐไว้ที่ 180.7 บุชเชลต่อเอเคอร์ หรือประมาณ 1,835 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลผลผลิตจริงจากพื้นที่เพาะปลูกอย่างใกล้ชิด
นักวิเคราะห์ยังมองว่า ต้องจับตาผลผลิตข้าวโพดในสหภาพยุโรปและสถานการณ์การส่งออกของยูเครน โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งในยุโรป และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของยูเครนจากสงคราม ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ข้าวโพดจากสหรัฐเข้ามาเป็นทางเลือกสำคัญของตลาดโลก
ถั่วเหลืองขยับขึ้น จีนเร่งซื้อสหรัฐ
ด้านถั่วเหลือง สัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 12.2500 ดอลลาร์ต่อบุชเชล เพิ่มขึ้น 4.25 เซนต์ ส่วนสัญญาเดือนพฤศจิกายนปิดที่ 12.3950 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.00 เซนต์ และสัญญาเดือนมกราคม 2570 ปิดที่ 12.5375 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.25 เซนต์ ตลาดได้รับแรงหนุนจากข่าวการซื้อถั่วเหลืองสหรัฐล็อตใหญ่ 2 รายการ โดยล็อตแรกมีปริมาณ 26.2 ล้านบุชเชล หรือประมาณ 712,000 ตัน ซึ่งจีนเป็นผู้ซื้อ และอีกล็อตปริมาณ 26.5 ล้านบุชเชล หรือประมาณ 720,000 ตัน เป็นคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยประเทศ ทั้งสองรายการกำหนดส่งมอบในปีการตลาด 2026/27
อย่างไรก็ตาม ราคาถั่วเหลืองยังเผชิญแรงขายทำกำไรและการปรับสถานะข้ามคืนของนักลงทุน เช่นเดียวกับตลาดข้าวโพดและข้าวสาลี ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญคือราคาถั่วเหลืองสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผลผลิตจากประเทศคู่แข่งในทวีปอเมริกา ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของจีนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อถั่วเหลืองรายใหญ่ของโลก มีเป้าหมายซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐรวม 25 ล้านตันตลอด 3 ปีข้างหน้า โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 13-20 สิงหาคม 2569 พบว่า จีนสั่งซื้อถั่วเหลืองสหรัฐสำหรับปีการตลาด 2026/27 แล้วประมาณ 209 ล้านบุชเชล หรือ 5.69 ล้านตัน คิดเป็นราว 23% ของเป้าหมาย 919 ล้านบุชเชล หรือ 25 ล้านตัน
ข้าวสาลีอ่อนตัว นักลงทุนปิดสถานะก่อนสุดสัปดาห์
ส่วนตลาดข้าวสาลี สัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 6.8150 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 1.25 เซนต์ ขณะที่สัญญาเดือนธันวาคมปิดที่ 6.9925 ดอลลาร์ ลดลง 0.75 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 7.1650 ดอลลาร์ ลดลง 0.75 เซนต์ แรงกดดันหลักมาจากการขายทำกำไรและการปิดสถานะก่อนสิ้นสัปดาห์ หลังราคาข้าวสาลีปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนยังรอติดตามสถานการณ์ในทะเลดำ ซึ่งยังมีอุปสรรคด้านการขนส่งธัญพืชของทั้งรัสเซียและยูเครน
อย่างไรก็ตาม ยอดขายข้าวสาลีสหรัฐที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยบวก โดยมีผู้ซื้อเข้ามาซื้อเพื่อชดเชยปริมาณข้าวสาลีที่หายไปจากตลาดโลก เนื่องจากผลกระทบจากสงครามและภัยแล้ง
ดอลลาร์อ่อน หนุนภาพรวมสินค้าโภคภัณฑ์
ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 98.800 จุด ลดลง 0.095 จุด หรือ 0.10% โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนปัจจัยหนึ่งมาจากกระทรวงการคลังสหรัฐที่เพิ่มมาตรการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 20-40 ปี วงเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้การอ่อนค่าของดอลลาร์ถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เนื่องจากทำให้สินค้าเกษตรที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น







