
ภัยแล้งสหรัฐ-นโยบายพลังงานสะอาด ดัน ราคา “ ข้าวโพด-ถั่วเหลือง-ข้าวสาลี” โลก บวกยกแผง
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าชิคาโก เขียวยกแผง “ข้าวโพด-ถั่วเหลือง-ข้าวสาลี” ปรับบวก รับแรงหนุนอากาศแห้ง-ดีมานด์พลังงานชีวภาพ ดอลลาร์แข็งกดดันการค้า
KEY
POINTS
- ภาวะภัยแล้งในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของสหรัฐฯ สร้างความกังวลต่อปริมาณผลผลิตและเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาข้าวโพดและข้าวสาลีให้สูงขึ้น
- นโยบายพลังงานสะอาดของสหรัฐฯ และความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาข้าวโพด (ผลิตเอทานอล) และถั่วเหลือง (ผลิตไบโอดีเซล)
- จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาซื้อขายล่วงหน้าของสินค้าเกษตรหลักทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลีในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน
แหล่งข่าวงงการค้าพืชไร่ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรชิคาโก (CBOT) รายงานตลาด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ราคาสินค้าเกษตรมีเคลื่อนไหวในแดนบวกเกือบทุกสินค้า โดย “ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี” ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนปัจจัยสภาพอากาศในเขตเพาะปลูกสำคัญของสหรัฐฯ ที่ยังเผชิญภาวะแห้งแล้งในบางพื้นที่ ประกอบกับความต้องการใช้วัตถุดิบพลังงานชีวภาพที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศ
"ข้าวโพด" ราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยสัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับเพิ่ม 5.50 เซนต์ ปิดที่ 4.8025 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ท่ามกลางการประเมินว่า ภูมิภาคมิดเวสต์ของสหรัฐฯ จะมีฝนลดลงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แม้ปริมาณฝนเฉลี่ยใน Corn Belt ยังอยู่ในระดับพอใช้ แต่พื้นที่สำคัญอย่าง Nebraska Panhandle และเขตตะวันออกบางส่วนยังได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง ส่งผลให้ตลาดจับตาความเสี่ยงต่อผลผลิตอย่างใกล้ชิด
อีกด้านหนึ่ง การผลักดันกฎหมาย Farm Bill ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ รวมถึงแนวโน้มขยายการใช้เชื้อเพลิง E15 ตลอดปี ถูกมองเป็นปัจจัยบวกต่ออุปสงค์ข้าวโพดในภาคพลังงาน ซึ่งอาจช่วยพยุงราคาตลาดในระยะกลางถึงยาว
ด้าน "ถั่วเหลือง" สัญญาปรับตัวขึ้นเด่น โดยสัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่ม 7.75 เซนต์ ปิดที่ 12.0325 ดอลลาร์ต่อบุชเชล จากแรงหนุนความต้องการใช้น้ำมันถั่วเหลืองในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลสหรัฐฯ หลังสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานการใช้น้ำมันถั่วเหลืองผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์
ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจกระทบเส้นทางการค้าสินค้าเกษตรโลก โดยเฉพาะการส่งออกถั่วเหลืองในช่วงครึ่งปีหลัง
ส่วน "ข้าวสาลี" แม้ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย แต่ยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อผลผลิต Winter Wheat ในสหรัฐฯ ที่ยังเผชิญข้อจำกัดจากสภาพอากาศ โดยสัญญาเดือนกรกฎาคมเพิ่ม 1 เซนต์ ปิดที่ 6.3775 ดอลลาร์ต่อบุชเชล นักลงทุนยังจับตารายงาน WASDE ของ USDA ซึ่งอาจส่งสัญญาณใหม่ต่อแนวโน้มผลผลิตโลก
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 98.156 จุด ในช่วงท้ายของชั่วโมงซื้อขาย หลังจากสหรัฐปฎิเสธข้อเสนอการเจรจาสันติภาพของอิหร่าน ด้วยข้อเสนอยังไม่ถูกใจ ขณะที่อิหร่านแสดงความไม่พอใจสหรัฐยังใช้กำลังในช่วงรอผลการเจรจาและบังคับจะยึดแร่ยูเรเนียมของอิหร่านทั้งหมด จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบความสามารถแข่งขันของสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ในตลาดส่งออก
นักวิเคราะห์มองว่า ทิศทางตลาดสินค้าเกษตรโลกในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สภาพอากาศในพื้นที่เพาะปลูกสหรัฐฯ ความคืบหน้านโยบายพลังงานชีวภาพ และทิศทางค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรและการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2569







