
BOI เปิดเกมดึงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ต่อยอดอุตสาหกรรมอนาคต
“อนุทิน” นำทีมเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 17-22 ส.ค. “BOI” เปิดเกมดึงทุนครั้งสำคัญ ชูเทคโนโลยี ดิจิทัล เกษตร-อาหาร และท่องเที่ยว ต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมายไทย
KEY
POINTS
- บีโอไอร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- มุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงจากทั้งสองประเทศ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านดิจิทัล พลังงาน เกษตรสมัยใหม่ และการท่องเที่ยว
- นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเจรจาแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำ และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ จะเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับทั้งสองประเทศ ระหว่างวันที่ 17-22 สิงหาคม 2569 นั้น
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ/BOI) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า บีโอไอ ได้รับโอกาสให้ร่วมเดินทางร่วมคณะในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้เพื่อจัดกิจกรรมคู่ขนานด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูการลงทุนครั้งสำคัญให้กับประเทศไทย
ชูจุดแข็งสองประเทศ เติมเทคโนโลยี-นวัตกรรมไทย
สำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ถือเป็นสองประเทศสำคัญของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่มีจุดแข็งด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี ซึ่งสามารถเติมเต็มศักยภาพของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยออสเตรเลียเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัล พลังงาน การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งการเกษตรสมัยใหม่
ขณะที่นิวซีแลนด์ มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะยกระดับความร่วมมือ และใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย
เปิดโต๊ะเจรจา ดึงทุนต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ในการเดินทงครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบหารือแบบ 1-1 กับผู้บริหารของบริษัทสำคัญหลายรายที่อยู่ระหว่างตัดสินใจจะขยายการลงทุนเพิ่มเติมในไทย ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ จะมาช่วยต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยเฉพาะในด้านการเกษตร ท่องเที่ยว และดิจิทัล
“นอกจากนี้ จะมีการจัดงาน Investment and Business Networking ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่ท่านนายกฯ และคณะ จะได้สื่อสารโดยตรงกับกลุ่มนักลงทุนชั้นนำของทั้งสองประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มนักธุรกิจไทยที่จะร่วมเดินทางไปด้วยมากกว่า 10 บริษัท ได้ทำความรู้จักและสร้างความร่วมมือกับนักลงทุนของทั้งสองประเทศด้วย
จะเห็นว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเยือนทางการทูต แต่คือหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะนำเม็ดเงินลงทุน องค์ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนเวทีโลก” นายนฤตม์ กล่าว







