
เงินลงทุนไทยพุ่ง BOI เผยครึ่งปี 69 ทะลุ 5.35 แสนล้าน โต 27% ‘AI’ ดันพุ่ง 2 เท่า
BOI เปิดตัวเลขลงทุนจริงครึ่งปี 69 ทะลุ 5.35 แสนล้านบาท ชี้ AI-พลังงานสะอาด-ยานยนต์ดันเม็ดเงินไหลเข้าไทย จ้างงานทะลุ 6.3 แสนตำแหน่ง
KEY
POINTS
- บีโอไอ (BOI) เผยยอดเงินลงทุนจริงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยมีมูลค่าการลงทุนในไตรมาส 2 สูงถึง 127,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 2 เท่า
- โครงการลงทุนที่เกิดขึ้นคาดว่าจะสร้างการจ้างงานในประเทศมากกว่า 630,000 ตำแหน่ง โดยกว่า 60% อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ยกระดับการติดตามผลจากมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมและโครงการที่ได้รับอนุมัติ มาสู่การติดตามเม็ดเงินที่ผู้ประกอบการนำมาลงทุนจริงเป็นรายไตรมาส ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร และรายการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สะท้อนความคืบหน้าของโครงการและกิจกรรมการลงทุนที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ไตรมาส 2 ลงทุนจริง 2.5 แสนล้าน
โดยพบว่าในไตรมาสที่สองของปี 2569 มีเงินลงทุนจริงรวมกว่า 255,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเมื่อรวมกับไตรมาสแรก ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2569 มีเงินลงทุนจริงรวม 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ซึ่งโครงการเหล่านี้จะจ้างงานคนไทยมากกว่า 630,000 ตำแหน่ง โดยกว่า 60% อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนจริงสูงที่สุดในไตรมาสสอง คือ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) เช่น การผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณด้วยแสง แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (HDD) เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล รวมมูลค่าลงทุนจริงกว่า 127,000 ล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนจริงทั้งหมดในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปีก่อน นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มีเงินลงทุนจริงรวม 23,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%
ตามด้วยกลุ่มเกษตรและแปรรูปอาหาร 22,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% กลุ่มแร่ โลหะและวัสดุ 21,000 ล้านบาท กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 18,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% แสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนเกิดขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศ
ในระยะต่อไป บีโอไอจะเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามและเร่งรัดการลงทุนจริงหลังได้รับการส่งเสริม โดยไม่ได้เน้นเฉพาะการดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญกับการทำให้โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วสามารถเดินหน้าลงทุนได้จริงและเร็วที่สุด ผ่านกลไก Thailand FastPass ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่โครงการสำคัญ รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยปลดล็อกอุปสรรคต่าง ๆ ให้การลงทุนเดินหน้าได้ตามแผน เพื่อให้ผลของการส่งเสริมการลงทุนส่งผ่านไปยังภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน การจ้างงาน การส่งออก และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม







