
"อนุทิน" เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 17-22 ส.ค. นี้ ดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์
นายกฯ "อนุทิน" เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 17-22 ส.ค. นี้ เร่งยกระดับความร่วมมือ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" ตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าไทย-นิวซีแลนด์พุ่ง 3 เท่า
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
- การเยือนนิวซีแลนด์มีเป้าหมายเพื่อลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 3 เท่าภายในปี 2588 โดยเน้นความร่วมมือด้านเกษตร นวัตกรรม และพลังงานหมุนเวียน
- สำหรับการเยือนออสเตรเลีย จะเป็นการต่อยอดแผนปฏิบัติการร่วมฯ ที่มีอยู่เดิม โดยมุ่งกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17-22 สิงหาคม 2569 นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยภารกิจสำคัญคือการยกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจสู่การเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" (Strategic Partnership) เพื่อสร้างโอกาสและผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
ล่าสุด ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติร่างปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างสองประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ใน 4 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน และความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
ส่วนในมิติทางเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้เป็น 3 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2588 (ค.ศ. 2045) ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร นวัตกรรมดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการต่อยอดจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าและสนับสนุนกลุ่ม SMEs
สำหรับการเยือนออสเตรเลีย จะเป็นการสานต่อและขยายผลจากแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย (พ.ศ. 2566-2568) ซึ่งมุ่งเน้นความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) และความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-นิวซีแลนด์ (ค.ศ. 2026-2030) เพื่อเป็นแผนแม่บทหรือ Roadmap ในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในช่วง 5 ปีข้างหน้า
แผนดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการส่งเสริมการลงทุน การศึกษา และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับนักธุรกิจและนักเรียน เพื่อรองรับการครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย







