thansettakij
thansettakij
สื่อต่างชาติ ชี้ไทยอาจลดระดับความร่วมมือทางทหาร  หากสหรัฐ เก็บภาษีนำเข้าสูงเกิน 19%

สื่อต่างชาติ เผยไทยอาจลดระดับความร่วมมือทางทหาร ต่อรองสหรัฐ กรณีขึ้นภาษีนำเข้า

12 ส.ค. 69 | 11:24 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 69 | 11:44 น.

สื่อต่างชาติ รายงาน ‘ไทย’ อาจลดระดับความร่วมมือทางทหาร ด้วยการลดระดับการฝึกร่วมคอบร้าโกลด์กับสหรัฐที่มีมา 44 ปี เพื่อต่อรองกับสหรัฐ หากเก็บภาษีนำเข้าของไทยสูงเกินจากปัจจุบันเก็บ 12.5% แต่รัฐบาลไทยออกมาปฏิเสธแล้ว

KEY

POINTS

  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลไทยอาจลดระดับความร่วมมือทางการทหารกับสหรัฐฯ รวมถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองทางการค้า
  • เงื่อนไขที่อาจนำไปสู่การลดความร่วมมือคือ หากสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าไทยสูงเกิน 19% ซึ่งจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
  • โฆษกรัฐบาลไทยได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลที่จะนำผลประโยชน์ด้านความมั่นคงไปแลกกับด้านการค้า

วันนี้(วันที่ 12 สิงหาคม 2569) สำนักข่าว บลูมเบิร์ก รายงานว่า แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย มีแผนที่จะเตือนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่าอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐอเมริกาเก็บกับสินค้าไทยในอัตราที่สูงมากนั้น อาจทำให้รัฐบาลไทยลดระดับความร่วมมือทางการทหารกับสหรัฐอเมริกา 

รวมถึงการฝึกซ้อมร่วมทางทหารคอบร้า โกลด์ Cobra Gold ที่เป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัยของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งมีมานาน และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกาในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นการฝึกทางทหารร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทยภายใต้โครงการคอบร้า โกลด์ มีมานานถึง 44 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา 

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อไปว่า รัฐบาลไทยตั้งใจที่จะมีจุดยืนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาในเรื่องการค้าต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน ที่จะกลับมาดําเนินการเจรจาในปลายเดือนสิงหาคมนี้ รัฐบาลไทยอาจใช้ข้อต่อรองเกี่ยวกับการพิจารณาการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางทหารร่วมกัน หากอัตราภาษีศุลกากรที่อยู่ในระดับสูงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสําคัญ 

ประเทศไทยมีการค้าเกินดุลมูลค่า 51,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.7 ล้านล้านบาทกับสหรัฐฯ เมื่อปีผ่านมา ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายสิบประเทศที่พยายามมุ่งหาเงื่อนไขการค้าที่ดีขึ้น

หลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศกําหนดอัตราภาษี 12.5% สําหรับการส่งออกส่วนใหญ่ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐอเมริกาในมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายการค้าของสหรัฐอเมริกาที่ใช้เพื่อจัดการกับสิ่งที่ถือว่าเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม 

ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 พยายามที่จะรักษาอัตราภาษีศุลกากรไว้ไม่ให้สูงเกิน 19% ภายใต้กรอบความร่วมมือครั้งก่อน

ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาขยายการสอบสวนไปถึงเรื่องกําลังการผลิตส่วนเกินของประเทศไทย ขณะที่ รัฐบาลไทยได้เสนอให้ยกเลิกภาษีศุลกากร และนํามาตรฐานของสหรัฐอเมริกามาใช้สําหรับการนําเข้าเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสองพันธมิตรสนธิสัญญาทางการทหารเพื่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคของสหรัฐอเมริกาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับฟิลิปปินส์ และพันธมิตรดังกล่าวได้สนับสนุนการสู้รบทางทหารของอเมริกาในแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมทางทหารที่สหรัฐอเมริกาอธิบายว่าเป็นการฝึกซ้อมข้ามชาติประจําปีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแผ่นดินใหญ่ การฝึกซ้อมเมื่อปีที่แล้ว ดึงดูดบุคลากรประมาณ 8,000 คนจาก 30 ประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งรัฐบาลไทยได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว โดย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่ใช่แนวนโยบายของรัฐบาลไทย

การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ความเป็นธรรมและความสมดุลทางการค้า โดยรัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาคการผลิต และประชาชนไทย พร้อมแสวงหาข้อตกลงที่สร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

"ไทยกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่กว้างและลึกในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน แต่ละเรื่องมีกรอบและผลประโยชน์ของประเทศที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รัฐบาลจะไม่ใช้ผลประโยชน์ด้านหนึ่งของประเทศไปแลกกับอีกด้านหนึ่ง” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว