
‘ศุภจี’ ชวนช้อป ดัน OTOP เพิ่มรายได้ชุมชน เปิดตลาดไทย-ต่างประเทศ
“ศุภจี” เดินหน้าดัน OTOP สู่ตลาดไทย-ต่างประเทศ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งเป้ายอดขาย 10 ล้านบาท ขณะที่ 2 วันแรกกวาดแล้วกว่า 146 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เชิญชวนประชาชนสนับสนุนสินค้าในงาน OTOP เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้สู่ชุมชน
- กระทรวงพาณิชย์ใช้เวทีงาน OTOP เป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการได้พบผู้บริโภคโดยตรง และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
- ส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังร่วมพิธีเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา
งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569 โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก นำภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่า สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ
พาณิชย์เปิดตลาดใหม่ ดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมงาน OTOP 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ทางการตลาดให้ผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการพัฒนาและยกระดับจากกระทรวงพาณิชย์ ได้พบผู้บริโภคโดยตรง ขยายฐานลูกค้า และต่อยอดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่ง “เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย”
สำหรับการเข้าร่วมงานครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการการทำงานของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำผู้ประกอบการและสินค้าชุมชนที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนามาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อสะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยที่สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับการออกแบบ นวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่
OTOP 3,000 ราย ขน 1.5 แสนสินค้าสร้างรายได้
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศ 30 ราย เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในโซน MOC SMART Local Pavilion อาคารชาเลนเจอร์ 2 โดยมีสินค้าหลากหลาย อาทิ ผ้าปักมือย้อมสีธรรมชาติจากเชียงราย ผ้าฝ้ายย้อมครามจากกาฬสินธุ์ ผลิตภัณฑ์เชือกกล้วยและหวายเทียมจากปัตตานี ผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าจากราชบุรี กระเป๋าทำมือดีไซน์รักษ์โลกจากนนทบุรี ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจากลำปาง รองเท้าหนังแท้จากสมุทรปราการ เครื่องประดับจากเศษผ้าพื้นเมืองจากกรุงเทพฯ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกกจากมหาสารคาม โดยตั้งเป้าสร้างยอดขายตลอดการจัดงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และสร้างโอกาสการต่อยอดคำสั่งซื้อในอนาคต
ดึงทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่า ปั้นแบรนด์ชุมชน
ขณะที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำผู้ประกอบการจากโครงการ “IP Local Hero” จำนวน 16 กิจการ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง โดยนำทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นเครื่องมือในการสร้างอัตลักษณ์ เพิ่มมูลค่า และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้า
นางศุภจี กล่าวว่า โครงการ IP Local Hero เป็นตัวอย่างของการนำ “ทรัพย์สินทางปัญญา” มาเชื่อมต่อกับ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้พัฒนาผู้ประกอบการต้นแบบแล้วกว่า 120 ราย ใน 10 จังหวัด ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ทั้งการสนับสนุนด้านเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โลโก้ และการสร้างช่องทางการตลาด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถสร้างแบรนด์ของตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
“งาน OTOP ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวมของดีจากทั่วประเทศไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นผ้า งานหัตถกรรม อาหาร ของใช้ ของตกแต่ง หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ที่นำภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์จึงต้องการใช้เวทีนี้ไม่เพียงเพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบลูกค้าใหม่ เรียนรู้ตลาด และต่อยอดไปสู่ช่องทางการค้าอื่นๆ ในอนาคต” นางศุภจี กล่าว
งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย และผลิตภัณฑ์กว่า 150,000 รายการ จากทั่วประเทศมาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย ขณะที่ 2 วันแรกของการจัดงานสามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมแล้วกว่า 146 ล้านบาท
“ขอเชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้อของดีจากผู้ประกอบการไทย ชมงานฝีมือ สัมผัสภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และสนับสนุนสินค้าไทยจากผู้ประกอบการชุมชน เพราะทุกการจับจ่ายไม่ได้เป็นเพียงการซื้อสินค้า แต่เป็นการส่งต่อรายได้กลับสู่ชุมชน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เข้มแข็งไปพร้อมกัน” นางศุภจีกล่าว







