
“ศุภจี” อุบ ไทยเที่ยวไทยพลัส-ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ขอกรองรอบคอบ ก่อนชง ครม.
รองนายกฯ “ศุภจี” ขอหารือ "เอกนิติ" มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะต่อไป ทั้งไทยเที่ยวไทยพลัส-ไทยช่วยไทยพลัส ขอเวลาประเมินผล กลั่นกรองให้รอบคอบ ก่อนเสนอ ครม. ยันใช้งบประมาณต้องคุ้ม กระจายทั่วถึง
KEY
POINTS
- รองนายกฯ รับรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดมาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" และ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยยังไม่มีข้อสรุปเรื่องแหล่งเงินทุน
- มาตรการต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง และไม่สร้างภาระทางการคลังเกินความจำเป็น
- รายละเอียดทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติหลังจากผ่านการตรวจสอบจากคณะทำงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะต่อไป โดยเฉพาะมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสและไทยช่วยไทยพลัสว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาภาพรวมของมาตรการทั้งหมดอย่างรอบคอบ
“รัฐบาลยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้เงินจากแหล่งใด ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรืองบประมาณรายจ่ายปกติ เพราะต้องประเมินให้ชัดว่าเม็ดเงินที่ใช้ต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กระจายประโยชน์ได้ทั่วถึง และไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อฐานะการคลัง” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือมาตรการต้องไม่ใช่เพียงการอัดฉีดระยะสั้น แต่ต้องช่วยสร้างรายได้จริงให้ภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ร้านค้า ผู้ประกอบการท้องถิ่น และประชาชนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เงินหมุนลงพื้นที่และกระตุ้นกิจกรรมเศรษฐกิจได้เป็นวงกว้าง
“เรื่องนี้ต้องดูอย่างระมัดระวัง ขอให้ดูให้เรียบร้อยก่อน เพราะต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และกระจายตัวให้ได้ทั่วถึงมากที่สุด” นางศุภจี กล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังอยู่ระหว่างประเมินผลตอบรับของมาตรการที่ดำเนินไปก่อนหน้านี้ รวมถึงข้อเสนอของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่ต้องการให้ดูผลลัพธ์ของมาตรการในกลุ่ม “พลัส” ให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเดินหน้าแพ็คเกจชุดใหม่
สำหรับโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสและไทยช่วยไทยพลัส นางศุภจี กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องประกาศหรือเริ่มพร้อมกันทั้งหมด เพราะแต่ละมาตรการมีวัตถุประสงค์ ช่วงเวลา และกลุ่มเป้าหมายต่างกัน ต้องพิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนและเศรษฐกิจได้ประโยชน์สูงสุดจริง
อย่างไรก็ตามมาตรการด้านท่องเที่ยวควรเดินในช่วงที่สอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดแรงกระตุ้นสูงสุดต่อการเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และบริการเกี่ยวเนื่อง
ส่วนมาตรการช่วยเหลือที่เกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วน หรือมาตรการที่มุ่งดึงศักยภาพเศรษฐกิจภายในประเทศออกมาใช้ให้เต็มที่ อาจต้องเดินในอีกจังหวะหนึ่ง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ค่าครองชีพ รายได้ประชาชน และแรงซื้อในระบบ
รองนายกฯ กล่าวว่า ประเด็นทั้งหมดจะเข้าสู่การพิจารณาในคณะทำงานของนายเอกนิติ เพื่อกลั่นกรองรายละเอียด ทั้งวงเงิน แหล่งเงิน กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และผลต่อเศรษฐกิจ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง







