
ไทยยูเนี่ยนปรับเป้ายอดขายปี 69 โต 4-6% หลัง Q2 แกร่ง อาหารทะเล-เพ็ตแคร์หนุน
ไทยยูเนี่ยนเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุด 21.4% จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง หนุนปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2569 เป็นเติบโต 4-6%
KEY
POINTS
- ไทยยูเนี่ยน (TU) ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 เป็น 4-6% จากเดิม 3-4% หลังผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกแข็งแกร่ง
- ผลประกอบการไตรมาส 2/69 เติบโตต่อเนื่อง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4%
- การเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) ที่มีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศ
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GPM) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปี พร้อมปรับเพิ่มประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569 หลังยอดขายและปริมาณการขายขยายตัวต่อเนื่อง
GPM นิวไฮ หนุนกำไรโต
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 มียอดขาย 33,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 สะท้อนความต้องการของตลาดในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.2% อยู่ที่ 7,238 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 2,150 ล้านบาท
ปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย
อาหารทะเล-เพ็ตแคร์หนุนยอดขาย
กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (Ambient) มียอดขาย 16,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.4% จากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มรับจ้างผลิต (Private Label) สำหรับปลาทูน่าและปลาแซลมอนบรรจุกระป๋อง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายในยุโรป ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ทำสถิติสูงสุดที่ 23.8%
ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7.8% จากความต้องการในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29.7% จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มขึ้นและการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-added) มียอดขายเพิ่มขึ้น 5.8% จากปริมาณการขายที่ขยายตัว 7.4% ส่วนธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) แม้ยอดขายทรงตัว แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 13.5% จากต้นทุนวัตถุดิบกุ้งที่เอื้ออำนวยและการบริหารต้นทุน
ฐานะการเงินแข็งแรง
ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) ลดลงเหลือ 1.15 เท่า สะท้อนการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565
ปรับเป้ายอดขายปีนี้โต 4-6%
จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก ไทยยูเนี่ยนได้ปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2569 โดยเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายเป็น 4-6% จากเดิม 3-4% และปรับเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.5-20.5% จากเดิม 19-20% พร้อมปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ลงเหลือ 5,000-5,500 ล้านบาท
บริษัทระบุว่า การปรับเพิ่มประมาณการครั้งนี้มีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่อัตรากำไรที่ดีขึ้นได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารทะเลแช่แข็ง นอกจากนี้ เงินบาทที่อ่อนค่ามาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่เดือนมิถุนายน ยังเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกและการแปลงค่างบการเงินของกิจการในต่างประเทศเป็นเงินบาทอีกด้วย







