thansettakij
thansettakij
โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

23 เม.ย. 69 | 21:30 น.

สงครามพลังงานโลกยุคใหม่ ชาติยักษ์ใหญ่แข่งเร่งเกมพลังงานทดแทน ชาวไร่มันชูบราซิลโมเดลดัน E100 หนุนราคายั่งยืน 3 บาท/กก.ปาล์มน้ำมันขอ B10 เป็นดีเซลพื้นฐาน สภาอุตฯ จี้รัฐเอาจริงยกเครื่องพลังงานวาระแห่งชาติ เอกชนมั่นใจช่วยประหยัดนำเข้าน้ำมัน 4 พันล้านต่อเดือน ห่วงช้าไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • ทั่วโลกกำลังแข่งขันด้านพลังงานทดแทนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้พืชเกษตรหลักอย่างปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และอ้อย ถูกยกระดับเป็นวัตถุดิบสำคัญด้านพลังงาน
  • หลายประเทศ เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย ใช้นโยบายพลังงานเชิงรุกเพื่อสร้างความต้องการใช้ผลผลิตเกษตรในประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มมูลค่าและผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น
  • ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมไทยเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดนโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ (เช่น B10, E100) อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและช่วยยกระดับราคาผลผลิตในประเทศ ไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขันระดับโลก

ความผันผวนของราคาพลังงานโลกและแรงกดดันจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศกำลังเร่งเครื่องปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดย “พลังงานทดแทน” กลายเป็นคำตอบสำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และไฮโดรเจนสีเขียว ถูกผลักดันอย่างเข้มข้นผ่านนโยบายรัฐและการลงทุนขนาดมหาศาลของแต่ละประเทศ

 

โลกเร่งเครื่องพลังงานชีวภาพ

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า โครงสร้างสินค้าเกษตรโลก โดยเฉพาะ อ้อย มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน กำลังถูกยกระดับสู่ไบโอรีไฟเนอรี่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพและเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันผันผวน ทำให้หลายประเทศเร่งใช้นโยบายพลังงานดูดซับผลผลิตเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมความมั่นคงพลังงาน

โดยมาเลเซียเร่งนโยบายไบโอดีเซลเต็มรูปแบบ โดยหน่วยงานพัฒนาปาล์มแห่งชาติ (FELDA) เสนอสิทธิประโยชน์ภาษีดึงการลงทุนโรงงานใหม่ สร้างดีมานด์น้ำมันปาล์มในประเทศ สะท้อนมุมมองว่าพลังงานฟอสซิลจะไม่กลับมาราคาถูก ขณะที่ อินโดนีเซียเดินหน้าหลังใช้นโยบาย B50 โดยบริษัทพลังงานแห่งชาติ PT Pertamina (Persero) จับมือกับ Toyota Motor Corporation เตรียมตั้งโรงงานไบโอเอทานอล 60 ล้านลิตร/ปี จากปาล์ม ข้าวโพด และข้าวฟ่าง รองรับนโยบาย E10 ภายในปี 2570 ขยายห่วงโซ่มูลค่าเกษตรสู่พลังงานครบวงจร

 

ด้านญี่ปุ่นพิจารณาเพิ่มไบโอดีเซลเป็น B7 ขณะที่สหรัฐฯ เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) ในเดือนมีนาคม สะท้อนดีมานด์พลังงานชีวภาพเร่งตัว เช่นเดียวกับสหรัฐฯ และบราซิล ที่ใช้พืชเศรษฐกิจหลักอย่างถั่วเหลือง เรพซีด อ้อย และปาล์มน้ำมัน เป็นฐานพัฒนา

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

อย่างไรก็ดี ไทยยังถกเถียงอยู่กับการส่งออกน้ำมันปาล์มและราคาหน้าลาน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งสร้างดีมานด์ระยะยาวผ่านนโยบายและการลงทุนเชิงโครงสร้าง หากไทยยังมองอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์ม เป็นเพียงสินค้าเกษตรขั้นต้น อาจพลาดโอกาสสำคัญในห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของโลก

 

มันสำปะหลังแนะรัฐดัน E100

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 ของภาครัฐในขณะนี้ ยังไม่ส่งผลเชิงรูปธรรมต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง แม้จะมีความพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาล ผลผลิตส่วนใหญ่ได้ถูกจำหน่ายออกจากมือเกษตรกรไปแล้ว

“ภาครัฐละเลยการส่งเสริมเอทานอลมาอย่างยาวนาน เพิ่งกลับมาให้ความสำคัญในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานชีวภาพ หรือน้ำมันบนดิน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นพลังงานหลักได้ แต่เอทานอลยังเสียเปรียบด้านราคา เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนไม่สะท้อนต้นทุนแฝงแบบเดียวกับน้ำมันฟอสซิล ซึ่งอยากให้กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างการบริหาร แก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อให้การกำหนดนโยบายเป็นธรรมและโปร่งใส”

ส่วนในระยะยาว เสนอให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์พลังงานชีวภาพในแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ในแผน 10 ปีของประเทศ โดยตั้งเป้าไปสู่การใช้เชื้อเพลิง E100 เป็นหลักเช่นเดียวกับประเทศบราซิล พร้อมส่งเสริมค่ายรถยนต์ เช่น โตโยต้า อีซูซุ มิตซูบิชิ พัฒนาเครื่องยนต์รองรับ และใช้มาตรการภาษีจูงใจภาคอุตสาหกรรม อย่างน้อยควรฟื้น E85 ก่อน หากไปถึง E100 ได้จริง จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน และดันราคาหัวมันสำปะหลังสดให้ยืนที่ราว 3 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 

ปาล์มกระทุ้ง B10 เป็นดีเซลพื้นฐาน

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

ด้านนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และกลุ่มชาวสวนปาล์มน้ำมันรพีพัฒน์ จ.ปทุมธานี ได้ไปยื่นหนังสือถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รัฐสภา โดยเรียกร้องใน 4 เรื่อง หนึ่งในข้อเรียกร้องคือ ขอให้รัฐบาลประกาศใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน เพื่อดูดซับส่วนเกินผลผลิตปาล์มที่มีออกมา วันละ 60,000 ตัน และเพิ่มการใช้ B20 ตามปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มที่สมดุล นอกจากนี้ให้พัฒนาการผลิตไบโอดีเซลจากเอทานอลแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณมากพอ ลดต้นทุน และทดแทนการนำเข้าเมทานอลแอลกอฮอล์ราคาสูงจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานใหม่และมิติใหม่ของการผลิตไบโอดีเซล

 

ห่วงตกขบวน เสียเปรียบเพื่อนบ้าน

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตไบโอดีเซลเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในขณะนี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังพยายามผลักดันการผลิตอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือวิกฤตพลังงานของประเทศ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลประมาณ 11 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 11.2 ล้านลิตรต่อวัน (ตามตัวเลขของกระทรวงพลังงาน)

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมติดข้อจำกัดจากการใช้นโยบาย B5 เป็นเวลานาน ทำให้เครื่องจักรหลายแห่งหยุดเดินเครื่องมาหลายปี เมื่อต้องกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตทันทีจึงเผชิญอุปสรรคทั้งด้านการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือที่ต้องฝึกใหม่ทั้งหมด

“นับตั้งแต่เกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่านในเดือนมีนาคม ยอดการใช้ดีเซลในประเทศพุ่งสูงขึ้นมาก บางวันแตะ 80-100 ล้านลิตร ทำให้ปริมาณการใช้ B100 เกินกว่า 5 ล้านลิตรต่อวันแล้ว คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะค่อย ๆ ทยอยเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปตามความพร้อมของแต่ละโรงงาน แม้จะยังบอกไม่ได้เต็มปากว่าพร้อมผลิต B20 ได้ทันทีในปริมาณเท่าไร แต่เราช่วยผลิตได้มากกว่า B7 แน่นอน หลักการสำคัญคือควรใช้ของที่ผลิตได้ในประเทศให้มากที่สุดเท่าที่ซัพพลายเพียงพอ”

อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ หวังให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของพลังงานทดแทนที่ผลิตได้เองในประเทศให้มีบทบาทอย่างต่อเนื่อง โดยบทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้ ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย (ใช้ B10 และ B20) และอินโดนีเซีย (B40) และทำให้มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า เวลาขอซื้อวัตถุดิบ เช่น เมทานอล ที่เป็นสารตั้งต้นในการทำปฏิกิริยาเคมี เพื่อเปลี่ยนน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ให้กลายเป็นเชื้อเพลิง

 

สภาอุตฯ กระทุ้งรัฐเอาจริง

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า น้ำมันบนดินจากพืชเกษตรของไทย เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน และเอทานอลจากมันสำปะหลัง กากน้ำตาล และข้าวโพด รวมถึงโซลาร์เซลล์ จะเป็นโอกาสของไทยในวิกฤตราคาน้ำมัน/พลังงานราคาแพง ทั้งนี้การจะเพิ่มศักยภาพการผลิตพลังงานจากพืชเกษตร หรือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานทดแทนก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมัน รัฐบาลต้องแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัย

เช่น เรื่อง Direct PPA หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์เสรีที่ยังมีเงื่อนไขมาก ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านไบโอฟูเอล (Biofuel) หรือเชื้อเพลิงที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพ (Biomass) สูงมาก  “ในเรื่องนี้รัฐบาลต้องทำอย่างต่อเนื่องให้มีความยั่งยืน และตั้งเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่พอราคาน้ำมันลงก็กลับไปใช้วิธีเดิมเหมือนในอดีต ซึ่งเราควรดูตัวอย่างจากบราซิลที่เขามุ่งมั่นทำเรื่องนี้จนประสบความสำเร็จ”

 

ช่วยลดนำเข้าน้ำมัน 4 พันล้าน/เดือน

โลกแข่งเดือดพลังงานทดแทน พลิกเกมภาคเกษตรดันราคาพุ่ง

สอดคล้องนายประกิต ประสิทธิ์-ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ที่สนับสนุนให้น้ำมันปาล์มมาแปรรูปเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B100 เพื่อใช้ผสมในน้ำมันดีเซลภายในประเทศได้ทันที ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระรัฐบาลในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้ถึงลิตรละ 15-20 บาท

“รัฐบาลยังขาดความชัดเจนในเชิงนโยบาย หากรัฐบาลกล้าตัดสินใจผลักดันการใช้น้ำมัน B7, B10 และ B20 อย่างจริงจัง จะทำให้น้ำมันปาล์มดิบที่เดิมต้องส่งออก ถูกดึงกลับมาแปรรูปเป็น B100 ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยพยุงราคาปาล์มไม่ให้ตกต่ำอย่างแน่นอน เนื่องจากน้ำมันดีเซลในตลาดโลกมีราคาสูงถึงลิตรละ 60 บาท การนำปาล์มที่มีมูลค่าหลังแปรรูปสูงถึง 60 บาทไปขายต่างประเทศในราคาเพียง 30 กว่าบาท จึงเป็นการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ”

สำหรับความพร้อมของผู้ผลิตไบโอดีเซล ปัจจุบันกลุ่มโรงงานมีศักยภาพผลิตรวมถึง 300 ล้านลิตรต่อเดือน หากรัฐปรับนโยบายเป็น B10 หรือเปิดทาง B20 จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้อย่างมาก นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระการนำเข้าน้ำมันราคาสูง โดยคาดว่าจะสามารถประหยัดได้ถึง 3,000–4,000 ล้านบาทต่อเดือน

“ในยามวิกฤต น้ำมันปาล์มช่วยประเทศได้จริง ควรผลักดันเป็นนโยบายระยะยาว เพื่อความมั่นคงพลังงานและความยั่งยืนของเกษตรกร” นายประกิต กล่าวทิ้งท้าย

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,195 วันที่ 26 - 29 เมษายน พ.ศ. 2569