
อานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ดันราคาไข่ไก่คละปรับขึ้น 3.80 บาท สูงสุดในรอบ 2 ปี
สมาคมผู้ค้าไข่ไทยเผยผลผลิตลดจากการปลดแม่ไก่จำนวนมาก บวกแรงซื้อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ทำราคาไข่ปรับขึ้น 3.80 บาทต่อฟอง เป็นราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี ขยับตามกลไกตลาด มีผลวันที่ 6 ก.ค. .69
KEY
POINTS
- เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเป็น 3.80 บาทต่อฟอง ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี
- สาเหตุหลักมาจากปริมาณไข่ไก่ในตลาดลดลงจากการปลดแม่ไก่ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ "ไทยช่วยไทย"
- การปรับขึ้นราคาเป็นไปตามกลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาด ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนไข่ไก่ในระยะยาว
นายสุธาศิน อมฤก เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” วันนี้ ( 5 ก.ค.69) เครือข่ายสหกรณ์ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ประกาศปรับราคาไข่ไก่ขึ้น 20 สตางค์ เป็น 3.80 บาทต่อฟอง ส่งผลทำให้แผงไข่ไก่ ปรับราคาขึ้น 6 บาท นับว่าเป็นราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี มีผลวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีกฟองละ 20 สตางค์ มีสาเหตุหลักจากปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงมีการปลดแม่ไก่ยืนกรงจำนวนมาก ประกอบกับช่วงต้นเดือนมีแรงซื้อเพิ่มขึ้นจากผู้ค้าปลีกเพื่อรองรับโครงการ "ไทยช่วยไทย" ส่งผลให้ความต้องการไข่ไก่เร่งตัว ขณะที่อุปทานในตลาดยังมีจำกัด จึงทำให้ราคาปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาด
แม้ปัจจุบันราคาไก่ปลดจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 18 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าระดับที่เกษตรกรมองว่าควรอยู่ที่ 25-26 บาทต่อกิโลกรัม จึงจะคุ้มค่าต้นทุนและสร้างกำไร แต่ผู้เลี้ยงยังจำเป็นต้องปลดแม่ไก่ตามอายุการให้ผลผลิต เพราะหากยืดระยะเวลาเลี้ยงออกไป อีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า อาจมีผลผลิตไข่จำนวนมากออกสู่ตลาดพร้อมกัน จนเกิดภาวะไข่ล้นตลาดและกดดันราคาไข่ให้ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ดี นายสุธาศิน กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาไข่ไก่ในครั้งนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวตามกลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาด ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนสินค้าในระยะยาว โดยหลังจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ผลผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาไข่ไก่ในช่วงต่อไป







