thansettakij
thansettakij
เกษตรฯ ชิงงบ 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน จ่อเคาะไร่ละ 2,000

เกษตรฯ ชิงงบ 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน จ่อเคาะไร่ละ 2,000

21 มิ.ย. 69 | 01:10 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มิ.ย. 69 | 01:10 น.

เกษตรฯ ยุค "สุริยะ" โชว์ผลงาน 2 เดือน จ่อเคาะไร่ละ 2,000 ช่วยชาวนา ปลุกงบ 5 หมื่นล้าน พลิกโฉมเกษตรสู่พลังงานสะอาด

KEY

POINTS

  • กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอโครงการของบประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภาคเกษตร
  • โครงการที่เสนอจะมุ่งเน้นการลดต้นทุนพลังงานให้เกษตรกร เช่น การติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และการพัฒนาสถานีสูบน้ำ
  • เตรียมนำมาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 2,000 บาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ

ตลอด 2 เดือนเศษ ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าบริหารประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างเข้มข้น โดยมีายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ผลักดันภารกิจด้านเกษตร การค้า และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ
ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร และมาตรการกีดกันทางการค้า “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์” เพื่อตรวจสอบผลงานในรอบ 2 เดือนแรก พร้อมทิศทางการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในตลาดโลก

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ชูผลงานระบายยาง 10 ปี ปิดดีลราคาพุ่ง 


นายสรวุฒิ  กล่าวว่า ภาพรวมการทำงานในช่วง 2 เดือนแรกของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การบริหารของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการฯ ได้มุ่งเน้นการวางโครงสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ การปิดดีลระบายสต็อกยางพารา ที่ค้างคามานานกว่า 10 ปี 
สำหรับการระบายยางพาราในครั้งนี้ มีเอกชนเข้าร่วมประมูลเกือบ 20 ราย โดยใช้วิธีที่เปิดกว้างและโปร่งใส ผลปรากฏราคาประมูลปิดได้สูงกว่าราคาเริ่มต้นถึง 34% เศษ คิดเป็นรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่า การระบายยางครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบให้ราคายางในตลาดตกต่ำ เนื่องจากทีมบริหารเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคายางในยุครัฐบาลชุดนี้อยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบหลายปี อีกทั้งยังอาจส่งผลดีต่อทิศทางราคายางในระยะต่อไป

“การระบายสต็อกยางเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากดำเนินการผิดจังหวะ เช่น ระบายในช่วงที่ราคาตลาดอยู่ในระดับต่ำ หรือช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก อาจซ้ำเติมเกษตรกรได้ จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีและการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่วางแผนเรื่องเวลาได้อย่างเหมาะสม จนกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานเด่นของรัฐบาล” นายสรวุฒิ กล่าว

 เร่งคลอดโปรเจ็กต์ชิงงบ 5 หมื่นล้าน พลิกโฉมเกษตร


นายสรวุฒิ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกรอบเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ว่า เงินกู้ดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพและพลังงาน ซึ่งใช้งบประมาณไปเกือบทั้งหมดแล้ว
สำหรับระยะที่สอง วงเงินอีก 2 แสนล้านบาท จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานที่ยั่งยืน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำข้อเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในภาคเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
“ล่าสุดได้ประสานทุกกรมในสังกัดให้เร่งจัดทำรายละเอียดโครงการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมและสรุปวงเงินที่เหมาะสม โดยเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ เสนอกรอบวงเงินประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท”

ทั้งนี้ จำนวนโครงการที่จะเสนอคาดว่าจะมีไม่ถึง 200 โครงการ เนื่องจากต้องการให้แต่ละหน่วยงานคัดเลือกเฉพาะโครงการที่มีขนาดเหมาะสมและสามารถดำเนินการได้จริง โดยแต่ละกรมจะเสนอประมาณ 2-3 โครงการ ปัจจุบันสามารถรวบรวมวงเงินได้แล้วกว่า 30,000 ล้านบาท และตั้งเป้าผลักดันให้ถึงระดับ 40,000-50,000 ล้านบาท ก่อนนำเสนอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาอีกครั้ง โดยกำหนดส่งโครงการภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
สำหรับโครงการสำคัญที่อยู่ในแผนเสนอของกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ การติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาโครงการ Solar Floating ในพื้นที่ส่วนกลาง การปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว ตลอดจนการยกระดับสถานีสูบน้ำของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดต้นทุนพลังงานให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ

ลุยแก้มาเลย์แบนกุ้งไทย–ปราบสินค้าเถื่อน 
 

ในด้านการค้าระหว่างประเทศ นายสรวุฒิระบุว่ากำลังเร่งจัดการปัญหาการแบนกุ้งไทย โดยล่าสุดได้หารือกับตัวแทนจากประเทศมาเลเซีย และเตรียมประชุมร่วมกับอธิบดีกรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร เพื่อหาข้อสรุปในระดับนโยบาย
 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้า ทุกประเภท ทั้งทุเรียน ยางพารา และสินค้าประมง เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าไทยและป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ โดยมองว่าหากมีการลักลอบนำเข้า แสดงว่าตลาดยังมีความต้องการ ซึ่งกระทรวงจะเข้าไปส่งเสริมการผลิตในจุดนั้นเพิ่มเติม

เร่งมาตรการช่วยชาวนาไร่ละ 2,000 บาท


ส่วนความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 2,000 บาท นายสรวุฒิ กล่าวว่า จะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบให้ตนนั่งเป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน เพื่อพิจารณารายละเอียดและแนวทางดำเนินการมาตรการช่วยเหลือกชาวนา รวมเรื่องอื่นๆ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืน
“ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา บุคลากรทุกคนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หากพี่น้องเกษตรกรเห็นว่ากระทรวงสามารถเป็นที่พึ่งหรือมีเรื่องใดที่ต้องการให้ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ยินดีรับฟังและพร้อมเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ เวลาของรัฐบาลมีจำกัด แต่ปัญหาเกษตรกรรอไม่ได้ เราจะใช้เวลาที่มีอยู่ 4 ปีนี้ ทำงานเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง” นายสรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,211 วันที่ 21 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569