thansettakij
thansettakij
10 สมาคมเหล็กชง 7 มาตรการคุม IF เต็มรูปแบบ สกัด ‘ฟอกเทาเป็นขาว’

10 สมาคมเหล็กชง 7 มาตรการคุม IF เต็มรูปแบบ สกัด ‘ฟอกเทาเป็นขาว’

18 มิ.ย. 69 | 08:47 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 08:47 น.

10 สมาคมเหล็กย้ำรัฐบาลต้องไม่ประนีประนอมกับมาตรฐานความปลอดภัย เสนอ 7 แนวทางจัดระเบียบโรงงาน IF พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเหล็กมาตรฐานสากลภายใน 3 ปี

KEY

POINTS

  • 10 สมาคมเหล็กเสนอ 7 มาตรการต่อภาครัฐ เพื่อควบคุมการผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมอินดักชั่น (IF) อย่างเข้มงวด โดยชี้ว่าเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยและกระทบต่อความปลอดภัย
  • มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการรับรองผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ "ฟอกเทาเป็นขาว" พร้อมผลักดันแผนเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเหล็กไปสู่เทคโนโลยีเตา EAF ภายใน 3 ปี
  • ข้อเสนอสำคัญรวมถึงการบังคับให้โรงงาน IF ต้องติดตั้งเตาปรุงคุณภาพน้ำเหล็ก (LF) และพิจารณาจำกัดการใช้เหล็กจากเตา IF ในอาคารสูงและโครงสร้างสาธารณูปโภค

10 สมาคมเหล็กเสนอภาครัฐเร่งจัดระเบียบโรงงานผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมอินดักชั่น (IF) ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน พร้อมผลักดันแผนเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิตเหล็กไทยสู่ระบบ Electric Arc Furnace (EAF) ภายใน 3 ปี ชี้รัฐบาลต้องไม่ลดทอนมาตรฐานหรือเปิดช่อง “ฟอกเทาเป็นขาว” ให้กับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามและให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอนุญาตให้โรงงานผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมอินดักชั่น (Induction Furnace : IF) แห่งหนึ่งกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ กลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ได้นำเสนอข้อมูลและเอกสารประกอบต่อที่ประชุม แต่ยังไม่มีโอกาสชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการ

จับตาความโปร่งใสอนุญาตโรงงาน IF

นายนาวากล่าวว่า ในการประชุมมีกรรมาธิการหลายรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการกำกับดูแล โดยเฉพาะกรณีโรงงานดังกล่าวไม่มีเตาปรุงคุณภาพน้ำเหล็ก หรือ Ladle Furnace (LF) ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการผลิตเหล็กคุณภาพ

ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถาม คือ หากรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และกระบวนการขออนุญาตเดิมระบุให้มี LF เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต แต่โรงงานกลับไม่มีการติดตั้ง LF เหตุใดจึงยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการได้ รวมถึงเหตุใดกระทรวงอุตสาหกรรมจึงยอมรับคำชี้แจงของโรงงานว่ามีกระบวนการอื่นมาทดแทนได้อย่างเพียงพอ

ย้ำไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัย

กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ควรถอยหลังด้วยการลดหย่อนมาตรฐานสินค้า หรือทำให้ข้อกังวลด้านความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องเล็ก เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

นายนาวาระบุว่า เตา IF เป็นเทคโนโลยีเก่าที่รัฐบาลจีนได้ยกเลิกและกวาดล้างมาตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่สามารถกำจัดสารปนเปื้อน เช่น ฟอสฟอรัสและกำมะถัน ออกจากน้ำเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล็กมีความเสี่ยงเบี่ยงเบนจากมาตรฐาน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ สมอ. นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้วย

  • ชง 7 มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทย

กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กเสนอให้รัฐบาลดำเนินการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิตเหล็กอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคและผลักดันอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมีข้อเสนอสำคัญ 7 ประการ ได้แก่

  1. บังคับให้โรงงาน IF ติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF) เพิ่มเติม
  2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการผลิตและการสุ่มตรวจสินค้าเหล็กในท้องตลาด พร้อมเปิดเผยผลต่อสาธารณะ
  3. กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่ระบบเตา EAF ภายในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไม่เกิน 3 ปี
  4. ดำเนินมาตรการ “แก้ไข กำกับ และกวาดล้าง” อย่างเข้มงวด โดย สมอ. และกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรฐาน
  5. ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้เหล็กให้เหมาะสมกับลักษณะงานก่อสร้าง
  6. พิจารณาข้อเสนอของสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ที่เห็นว่าเหล็กจากเตา IF มีข้อจำกัดด้านการควบคุมคุณภาพ จึงควรกำหนดมาตรฐานงานก่อสร้างและห้ามใช้เหล็กจากเตา IF ในอาคารสูงเกิน 2 ชั้น รวมถึงโครงสร้างสาธารณูปโภค
  7. ปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องป้องกันไม่ให้มีการออกมาตรฐานที่เอื้อประโยชน์แก่โรงงาน IF หรือเป็นการ “ฟอกเทาเป็นขาว”

ทั้งนี้ กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กย้ำว่า รัฐบาลต้องไม่ประนีประนอมกับมาตรฐานวัสดุที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ และต้องเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างแท้จริง