
ไทย-เวียดนาม ผนึกห่วงโซ่อุปทาน รุก 5 อุตฯใหม่ ดันเป้าการค้า 5 หมื่นล้านดอลลาร์
“อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์เชื่อมภาคธุรกิจไทย-เวียดนาม เดินหน้ายุทธศาสตร์ Three Connects ผลักดัน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ตั้งแต่พลังงานสะอาด AI เซมิคอนดักเตอร์ถึงนิคมอุตสาหกรรม เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานและขีดแข่งขันอาเซียน
KEY
POINTS
- ไทยและเวียดนามยกระดับความร่วมมือเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" ตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ พลังงานสะอาด, ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์, อาหารและเครื่องดื่ม, การท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม
- ขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านยุทธศาสตร์ "Three Connects" ที่เน้นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน, เศรษฐกิจท้องถิ่นและบริการ และยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียว เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะทีมไทยแลนด์ผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนาม ผ่านการประชุม “Thailand – Vietnam Investment and Business Networking 2026” ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนักธุรกิจชั้นนำจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
นายอนุทินกล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้กรอบ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งจะยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา และมีเป้าหมายขยายเป็น 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะอันใกล้
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและเวียดนามมีจุดแข็งทางเศรษฐกิจที่สามารถเกื้อหนุนและต่อยอดซึ่งกันและกันได้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก
Three Connects เชื่อมเศรษฐกิจไทย-เวียดนาม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือไทย-เวียดนาม คือยุทธศาสตร์ Three Connects ประกอบด้วย การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคบริการ และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียว
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลก 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
โดยมองว่าไทยและเวียดนามมีศักยภาพร่วมกันในการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงธุรกิจแห่งอนาคตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล
ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยและเวียดนามมีศักยภาพที่จะพัฒนาความร่วมมือสู่การเป็น “หุ้นส่วนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) และจุดแข็งที่เกื้อหนุนกัน เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยสำหรับนักลงทุน
พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทั้งสองประเทศ และผลักดันให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางโอกาสทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดโลก
เปิดเกม 5 อุตสาหกรรมอนาคต
ภายในการประชุมมีการจัดเวที Sectoral Dialogue เพื่อหารือโอกาสความร่วมมือใน 5 สาขาศักยภาพ ประกอบด้วย พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
ฝ่ายเวียดนามนำเสนอความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านแนวคิด “1 เส้นทาง 2 จุดหมาย” ควบคู่กับการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือในธุรกิจอาหาร ค้าปลีก เทคโนโลยีดิจิทัล AI ท่าเรือ โลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรม
ขณะที่ภาคเอกชนไทยเสนอความร่วมมือด้านอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีก การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงการร่วมลงทุนในประเทศที่สาม
ผนึกพลังงานสะอาด-ต่อยอดลงทุนภูมิภาค
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากเวทีหารือ คือข้อเสนอความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด โดยภาคเอกชนมองว่าไทยและเวียดนามสามารถร่วมลงทุนในประเทศที่สาม เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียนรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค
แนวคิดดังกล่าวอาศัยจุดแข็งของผู้ประกอบการไทยด้านพลังงานสะอาดและศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตสีเขียวของอาเซียน
นายโห่ สี หู่ง ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (VCCI) กล่าวว่า เวียดนามกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อน Digital Transformation เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าไทยเป็นพันธมิตรสำคัญที่มีศักยภาพในการลงทุนร่วมกันในหลายสาขา ทั้งนิคมอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ เกษตร อาหารและเครื่องดื่ม พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว
ทั้งนี้ ผลการหารือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสะท้อนถึงโอกาสในการต่อยอดจุดแข็งร่วมกัน และถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Three Connects ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของไทย เวียดนาม และอาเซียนในระยะยาว







