
พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง บุกยื่นหนังสือ ‘อนุทิน’ ช่วยเร่งปลดล็อกมาเลย์แบนกุ้งไทย
พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือถึงนายกฯ “อนุทิน” ขอเร่งเจรจามาเลเซียทบทวนมาตรการระงับนำเข้ากุ้งไทย หวั่นกระทบส่งออก 6,000-8,000 ตันต่อปี ฉุดราคาหน้าฟาร์มและซ้ำเติมเกษตรกร
KEY
POINTS
- พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อขอให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว
- มาตรการดังกล่าวสร้างความกังวลว่าจะกระทบตลาดส่งออกที่สำคัญซึ่งมีสัดส่วนราว 5% ของการส่งออกกุ้งไทยทั้งหมด และจะส่งผลต่อราคากุ้งในประเทศ
- เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อผ่อนปรนหรือชะลอมาตรการ พร้อมหาแนวทางรองรับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบเพื่อพยุงราคา
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน จากกรณีประเทศมาเลเซียประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
หวั่นสูญตลาดส่งออก กระทบกุ้งไทยทั้งระบบ
นายเอกพจน์ เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมกุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า สร้างความกังวลอย่างมากต่อภาคการผลิตกุ้งไทย เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยปีละ 6,000-8,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกกุ้งไทย
ทั้งนี้ ตลาดมาเลเซียรองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยงและการประมงจับจากธรรมชาติ โดยเฉพาะผลผลิตจากภาคใต้ ช่วยให้สามารถระบายสินค้าได้โดยไม่ต้องขนส่งขึ้นมาจำหน่ายในภาคกลาง อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงราคากุ้งในช่วงที่ตลาดชะลอตัว
การประกาศมาตรการและกำหนดวันบังคับใช้ในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ทั้งในด้านราคาและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
ขอรัฐเร่งเจรจา-หามาตรการรองรับผลผลิต
สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยขอให้มีการเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อผ่อนปรนหรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน
พร้อมกันนี้ ยังขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งกำหนดแนวทางการตรวจสอบและการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหารสำหรับการนำเข้าปลากะพงให้มีความเหมาะสม และไม่ถูกมองว่าเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเหตุผลในการตอบโต้ทางการค้าต่อสินค้ากุ้งไทย
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากการระงับนำเข้าของมาเลเซียเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงจนกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย
ทั้งนี้ สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยโดยเร็วที่สุด







