thansettakij
thansettakij
พันธมิตรกุ้งไทยร้องวุฒิสภา เร่งปลดล็อกแผนฟื้นอุตฯ ดันผลผลิตแตะ 4 แสนตัน

พันธมิตรกุ้งไทยร้องวุฒิสภา เร่งปลดล็อกแผนฟื้นอุตฯ ดันผลผลิตแตะ 4 แสนตัน

21 พ.ค. 69 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 08:06 น.

พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นวุฒิสภาเร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 11 ด้าน แก้โรคกุ้ง-ลดต้นทุน-ฟื้นศักยภาพแข่งขัน หวังดันผลผลิตกุ้งไทยกลับสู่เป้า 400,000 ตัน กู้วิกฤตอุตสาหกรรมถดถอยต่อเนื่องกว่า 13 ปี

KEY

POINTS

  • พันธมิตรกุ้งไทยยื่นหนังสือต่อวุฒิสภา เพื่อขอให้ช่วยผลักดัน (ร่าง) แผนปฏิบัติการฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งที่ยังไม่มีความคืบหน้า
  • ตั้งเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดในกุ้ง และเพิ่มผลผลิตให้ได้ 400,000 ตัน เพื่อกลับมาแข่งขันในตลาดโลก
  • ชี้ว่าอุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดมานานกว่า 10 ปี ทำให้ผลผลิตและมูลค่าการส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และนายชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ เลขาธิการสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ยื่นหนังสือต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ช่วยผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วน โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นผู้รับเรื่อง ภายในงานสัมมนาเชิงวิชาการ ครั้งที่ 12 ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี

พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อช่วยผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งเร่งด่วน

นายเอกพจน์ กล่าวว่า สมาคมกุ้งไทยเสนอให้มีการเร่งดำเนินการตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573 ซึ่งกรมประมงเคยนำเสนอไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งไทย เพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเข้าสู่โรงงานแปรรูปให้ได้ 400,000 ตัน ตามเป้าหมาย พร้อมลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ กุ้งไทยยังมีจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงศักยภาพของโรงงานห้องเย็นและอุตสาหกรรมแปรรูปที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกและเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ จึงยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม

ส่งออกลดเหลือ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

ย้อนกลับไปในช่วงที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยรุ่งเรือง ประเทศไทยเคยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก โดยมีผลผลิตสูงกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 และมีมูลค่าส่งออกมากกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 สร้างการจ้างงานและรายได้ให้ผู้เกี่ยวข้องกว่า 2 ล้านคน อีกทั้งใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 90%

พันธมิตรกุ้งไทยร้องวุฒิสภา เร่งปลดล็อกแผนฟื้นอุตฯ ดันผลผลิตแตะ 4 แสนตัน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดวิกฤตโรคตายด่วนในกุ้งตั้งแต่ปี 2555 อุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้ผลผลิตลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 270,000-280,000 ตันต่อปี มูลค่าส่งออกลดลงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งตลอด 13 ปีรวมกว่า 500,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์และอินเดียกลับเพิ่มกำลังการผลิตและขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ผลผลิตกุ้งไทยปี 2568 มีผลผลิตรวม 280,000 ตัน แบ่งเป็นกุ้งขาวประมาณ 260,000 ตัน และกุ้งกุลาดำ 20,000 ตัน ส่วนใหญ่ใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการแปรรูปและส่งออก นอกจากนี้ยังมีกุ้งก้ามกรามประมาณ 40,000 ตัน และกุ้งขาวที่เลี้ยงร่วมกับปลาน้ำจืด โดยมีวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานประมาณ 160,000 ตัน และบริโภคภายในประเทศราว 120,000 ตัน

สารพัดโรคกุ้งยังรุมเร้า เกิดต้นทุนแฝงเสียเปรียบคู่แข่ง

นายเอกพจน์ กล่าวว่า ปัญหาหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยังคงเป็นเรื่องโรคกุ้ง ทั้งโรคตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน โรคขี้ขาว และโรคหัวเหลือง ทำให้การเลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้ ปริมาณผลผลิตที่ลดลงยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถเดินกำลังการผลิตและรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ ขณะที่ราคากุ้งในประเทศปรับลดลง ส่วนการบริโภคภายในประเทศก็ชะลอตัวจากภาวะสงครามและช่วงโลว์ซีซั่นด้านการท่องเที่ยว

“การยื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้ง และเข้าใจปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเผชิญอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธาน Shrimp Board ซึ่งได้สั่งการให้กรมประมงจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องยื่นหนังสืออีกครั้ง และเตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการแก้ปัญหาต่อไป” นายเอกพจน์กล่าว

สำหรับ (ร่าง) แผนปฏิบัติการดังกล่าว ประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม ใช้งบประมาณรวมประมาณ 5,537 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมกุ้งไทยมองว่าแผนดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้ทันที