thansettakij
thansettakij
สทนช.ผนึกกรมชลฯเสริมแกร่งน้ำพื้นที่ EEC รับมือเอลนีโญ-รองรับขยายตัวเศรษฐกิจ

สทนช.ผนึกกรมชลฯเสริมแกร่งน้ำพื้นที่ EEC รับมือเอลนีโญ-รองรับขยายตัวเศรษฐกิจ

21 พ.ค. 69 | 07:06 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 07:07 น.

สทนช. ลงพื้นที่ระยอง-ชลบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำ EEC รับมือเอลนีโญลากยาวถึงปี 2570 เร่งเชื่อมโครงข่ายผันน้ำเพิ่มน้ำต้นทุน เสริมความมั่นคงน้ำภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศรองรับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สทนช. ร่วมมือกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC เพื่อเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญและรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • มีแผนสูบน้ำจากคลองสะพานไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ปริมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร และพิจารณาเพิ่มศักยภาพเป็น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเสริมปริมาณน้ำต้นทุน
  • ใช้ระบบโครงข่ายผันน้ำโดยมีอ่างเก็บน้ำประแสร์เป็นศูนย์กลางรับน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด เพื่อกระจายน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในจังหวัดระยองและชลบุรี

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมกับผู้แทนกรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสวอเตอร์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ จังหวัดระยอง พร้อมลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ รวมถึงติดตามโครงข่ายบริหารจัดการน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

สทนช.ผนึกกรมชลฯเสริมแกร่งน้ำพื้นที่ EEC รับมือเอลนีโญ-รองรับขยายตัวเศรษฐกิจ

เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม 2570 ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดภาวะฝนน้อยกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สทนช. จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการผลิตและการใช้น้ำทุกภาคส่วน

คาดการณ์ปริมาณฝนล่วงหน้า 6 เดือนประเมินน้ำไหลเข้าอ่างฯ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานนำข้อมูลคาดการณ์ปริมาณฝนล่วงหน้า 6 เดือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาใช้ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด รวมถึงวางแผนสูบน้ำจากคลองสะพานเส้นที่ 1 ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ในปี 2569 ปริมาณรวม 25 ล้านลูกบาศก์เมตร และขอให้กรมชลประทานหาแนวทางเพิ่มศักยภาพการสูบน้ำให้ได้สูงสุดถึง 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเสริมปริมาณน้ำต้นทุนให้พื้นที่ EEC โดยต้องไม่กระทบต่อระดับน้ำด้านท้ายน้ำคลองสะพาน

สทนช.ผนึกกรมชลฯเสริมแกร่งน้ำพื้นที่ EEC รับมือเอลนีโญ-รองรับขยายตัวเศรษฐกิจ

สำหรับการบริหารจัดการน้ำและเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำในพื้นที่ EEC มีระบบผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำเป็นกลไกหลักในการกระจายน้ำไปยังพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยใช้อ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เป็นศูนย์กลางรับน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ก่อนผันน้ำส่วนเกินไปสำรองยังอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ในจังหวัดระยองและชลบุรี เพื่อกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง รองรับความต้องการใช้น้ำทั้งภาคอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงช่วยตัดยอดน้ำเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำในช่วงฤดูฝน

ปัจจุบันโครงการพัฒนาคลองลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่

สทนช.ผนึกกรมชลฯเสริมแกร่งน้ำพื้นที่ EEC รับมือเอลนีโญ-รองรับขยายตัวเศรษฐกิจ

ขณะที่ยังเหลืออ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเมื่อก่อสร้างครบทั้ง 4 อ่าง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออก รองรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศในระยะยาว