
มันไทยระส่ำ โรคระบาดซ้ำภัยแล้ง ฉุดผลผลิตวูบ เสี่ยงแพ้เพื่อนบ้าน
วิกฤตมันสำปะหลังไทยลามหนัก “โรคพุ่มแจ้” ระบาดซ้ำเติมใบด่าง ฉุดผลผลิตปี 2568/69 เสี่ยงต่ำกว่า 20 ล้านตัน ดันราคาหัวมันพุ่งแตะ 3.50 บาทต่อกิโลกรัม เอกชนเร่งจี้รัฐคุมโรค-ลดต้นทุน หวั่นไทยเสียแชมป์ส่งออกให้เวียดนามและเพื่อนบ้านในอาเซียน
KEY
POINTS
- อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเผชิญวิกฤตจากภัยแล้งเอลนีโญ ประกอบกับการระบาดรุนแรงของโรคพุ่มแจ้และโรคใบด่าง
- ผลกระทบจากโรคระบาดและภัยแล้งคาดว่าจะฉุดผลผลิตในฤดูการผลิตปี 2568/69 ให้ลดลงต่ำกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
- ผลผลิตต่อไร่ที่ตกต่ำและปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ทำให้ไทยเสี่ยงสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกให้กับประเทศเพื่อนบ้าน
อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางดันต้นทุนพลังงานและปุ๋ยพุ่ง ขณะที่ภัยแล้งจากเอลนีโญและการระบาดของ “โรคพุ่มแจ้”ในมันสำปะหลัง ซ้ำเติมโรคใบด่าง ผลผลิตฤดูการผลิตปี 2568/69 เสี่ยงลดต่ำกว่า 20 ล้านตัน ต่ำสุดในรอบหลายปี
นายปัญญา บุญบันดาลฤทธิ์ นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การปรับขึ้นของราคามันสำปะหลังในขณะนี้เกิดจากหลายปัจจัยหนุนพร้อมกัน โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง การขนส่งธัญพืชหยุดชะงัก รวมถึงปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาปรับขึ้นถึง 30-40% และจากข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าเกษตรและธัญพืชขยับขึ้นตามกลไกตลาดโลก
ขณะที่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนทิ้งช่วงและเกิดภัยแล้ง ส่งผลให้ฤดูเพาะปลูกล่าช้ากว่าปกติราว 1 เดือน เพราะฝนเพิ่งเริ่มตกในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ทำให้คาดว่าผลผลิตใหม่จะเริ่มออกสู่ตลาดจริงหลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปีนี้ คือการกลับมาระบาดหนักของโรคพุ่มแจ้ ซึ่งเป็นโรคเก่าที่ขยายวงรุนแรงจากสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยหากหัวมันติดโรค จะมีลักษณะเป็นเส้นคล้ายมันแกว ไม่มีเชื้อแป้ง ไม่สามารถนำไปแปรรูปได้ ถือเป็นความเสียหายทั้งระบบ
“เวลานี้สมาคมได้รณรงค์ให้เกษตรกรตรวจหาและทำลายท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคทันที เพราะหากปล่อยไว้จะกระทบผลผลิตและคุณภาพ จากปัญหาผลผลิตลดลงทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ทำให้วัตถุดิบเข้าสู่ภาวะตึงตัว โรงงานต้องแย่งซื้อหัวมันเพื่อส่งมอบตามออเดอร์ ส่งผลให้ราคาหัวมันสดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.10-3.50 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรก็พุ่งขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 2.30-2.50 บาทต่อกิโลกรัม จากค่าน้ำมัน ปุ๋ย และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น”
นายปัญญาระบุว่า ทางรอดสำคัญของเกษตรกรไทยคือการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หรือ Yield เพื่อช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยไทยยังมีจุดแข็งในตลาดจีน ซึ่งมองว่ามันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบคาร์โบไฮเดรตที่ต้นทุนต่ำที่สุด ขณะเดียวกันความต้องการใช้ในประเทศจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และเอทานอลยังเป็นแรงพยุงสำคัญ ทั้งนี้สมาคมฯ เสนอให้รัฐบาลเร่งดูแล 3 เรื่องเร่งด่วน ได้แก่ การจัดหาท่อนพันธุ์สะอาดให้เพียงพอ การควบคุมต้นทุนปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ยและน้ำมัน และการผลักดันมาตรการเพิ่มผลผลิตต่อไร่อย่างจริงจัง
สอดคล้องกับนายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ประธานคณะสำรวจภาวการณ์ผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2568/69 เปิดเผยว่า มันสำปะหลังไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก โดยประเมินผลผลิตฤดูกาลใหม่อาจลดลงต่ำกว่า 20 ล้านตัน จากเดิมคาดไว้ 22 ล้านตัน และหากเทียบกับอดีตที่ไทยเคยผลิตได้สูงถึง 35 ล้านตัน ถือว่าหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ปัจจัยหลักมาจากการระบาดยืดเยื้อของโรคใบด่าง และการระบาดหนักของโรคพุ่มแจ้ในปีนี้ ซึ่งรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โรคนี้รักษาไม่หายเหมือนใบด่าง ทำลายผลผลิตต่อไร่อย่างรุนแรง ปัจจุบันผลผลิตต่อไร่ของไทยลดลงเหลือเพียงกว่า 2 ตันต่อไร่ จากระดับที่ควรอยู่ที่ 4-5 ตันต่อไร่
อย่างไรก็ดีในการที่รัฐบาลจะขยายการใช้น้ำมัน E20 ซึ่งต้องใช้หัวมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบราว 3 ล้านตัน ปัจจุบันผลผลิตมีไม่ถึง 20 ล้านตัน ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่อุตสาหกรรมแป้งมันต้องใช้ 25-26 ล้านตัน และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อีกกว่า 2 ล้านตัน หากเกิดการแย่งชิงวัตถุดิบในช่วงที่ผลผลิตขาดแคลน จะยิ่งดันราคาหัวมันสูงเกินจริงและกระทบความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ที่พัฒนาทั้งสายพันธุ์และโรงงานแปรรูปจนมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทยอย่างชัดเจน
“ตอนนี้เราเหมือนถูกรุมกินโต๊ะ ถ้าไม่เร่งแก้เรื่องผลผลิตต่อไร่ ไทยสู้คู่แข่งไม่ได้แน่ สัญญาณส่งออกทั้งมันเส้นและแป้งมันเริ่มไม่ดี หากยังปล่อยปัญหาไว้ เราอาจจอดสนิทในอนาคต” นายบุญชัย กล่าวทิ้งท้าย
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,201 วันที่ 17 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569







