thansettakij
thansettakij
เจาะลึกปมดราม่า "ทุเรียนร้อยบาท" ไม่กระทบส่งออก  ราคาหน้าสวนยังยืน 140 บาท

เจาะลึกปมดราม่า "ทุเรียนร้อยบาท" ไม่กระทบส่งออก ราคาหน้าสวนยังยืน 140 บาท

03 พ.ค. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ค. 69 | 07:23 น.

“สัญชัย” ชี้รัฐวางหมากพลาด โปรโมทเอ็กซ์คลูซีฟ "พิมรี่พาย" ทำลายความรู้สึกผู้ประกอบการรายย่อย เตือนอย่าเอาชื่อกระทรวงฯ ไปผูกกับราคาและการันตีคุณภาพสินค้า ยันไม่กระทบส่งออก ราคาหน้าสวนยังยืนไม่ต่ำกว่า 140 บาทต่อกิโลกรัม จี้ยกเลิก "วันตัดทุเรียน" แฉทุเรียนอ่อนทะลักหมื่นตัน กฎหมายไร้น้ำยา-ทำลายแบรนด์ไทย-สร้างความเหลื่อมล้ำ

KEY

POINTS

  • ประเด็นดราม่าเกิดจากการที่รัฐมนตรีพาณิชย์ไปร่วมกิจกรรมไลฟ์สดขายทุเรียนราคา 100 บาทกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ทำให้ผู้ค้าออนไลน์รายอื่นมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ
  • กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกทุเรียนของไทย และถูกมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ขายเท่านั้น
  • ราคาทุเรียนหน้าสวนยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 140 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” จากกรณีที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าไปร่วมเฟรมถ่ายรูปกิจกรรมที่จะมีการไลฟ์สดขายทุเรียนกับ "พิมรี่พาย" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในราคา 100 บาท สาเหตุที่กลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ประกอบการค้าออนไลน์รายอื่น และสะท้อนถึงความผิดพลาดในการวางยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าออนไลน์ของภาครัฐ

เจาะลึกปมดราม่า "ทุเรียนร้อยบาท" ไม่กระทบส่งออก  ราคาหน้าสวนยังยืน 140 บาท

“ต้องเข้าใจการที่รัฐมนตรีไปยืนคู่และร่วมไลฟ์กับพิมรี่พายเป็นเวลานานจนดูเหมือนเป็นการสนับสนุนเป็นพิเศษนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือ "ทัวร์ลง" เนื่องจากในความเป็นจริงมีแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากที่ไลฟ์ขายทุเรียนและส่งออกไปยังตลาดจีนทุกวัน การที่ภาครัฐเลือกชูบุคคลเพียงคนเดียวจึงทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นรู้สึกไม่พอใจและมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ

นายสัญชัย กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐมนตรีคือการเปิดช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กว้างขึ้น เพื่อให้เป็นโอกาสทางธุรกิจของทุกคน ไม่ใช่การไปเดินเกาะตัว ถ่ายรูป หรือโปรโมทให้คนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ พร้อมเสริมว่าทีมงานที่วางแผนงานนี้ถือว่า "ทำงานไม่เก่ง" เพราะควรเรียกผู้ประกอบการออนไลน์มาเป็นกลุ่ม 10-20 ราย เพื่อแสดงถึงการส่งเสริมทั้งระบบ

“ในส่วนของกลยุทธ์ราคา 100 บาท มองว่าเป็นสิทธิ์และวิธีการทางการค้าของพิมรี่พายที่อาจยอมขาดทุนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจเติบโต  แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการที่รัฐมนตรีเข้าไปร่วมยืนยันหรืออิงกับราคาดังกล่าว เพราะหากผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ถูกใจ ความเสียหายจะย้อนกลับมาที่ความเชื่อมั่นต่อกระทรวงพาณิชย์ทันที”

อย่างไรก็ดีนายสัญชัย กล่าวว่า รัฐมนตรีไม่ควรไปพูดเรื่องราคาลูกละร้อยตามพิมรี่พาย เพราะเป็นแค่เพียงหนึ่งในช่องทาง ไม่ใช่ทั้งหมดของการค้าออนไลน์ไทย และยอดขายเพียง 1 ล้านลูก ก็ไม่ได้มีวอลลุ่มมากพอที่จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศชาติได้ขนาดนั้น เมื่อเทียบกับการที่รัฐไปช่วยโปรโมทให้คนๆ เดียว

สำหรับสถานการณ์ราคาทุเรียนในปัจจุบัน นายสัญชัยระบุว่าราคายังไม่ตกลงมากนัก โดยยังทรงตัวอยู่ที่ระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้าที่จะมีกระแสดรา ราคาหน้าสวนก็ยังยืนไม่ต่ำกว่า 140 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่กระทบส่งออก

อย่างไรก็ดีตนอยากเสนอให้ รัฐบาลควรพิจารณา ยกเลิกมาตรการกำหนดวันตัดทุเรียน เนื่องจากในทางปฏิบัติไม่สามารถควบคุมปัญหาทุเรียนอ่อนได้อย่างแท้จริง โดยพบว่าแม้จะมีการกำหนดวันตัดทุเรียน (เช่น วันที่ 20 เมษายน) แต่ในความเป็นจริงกลับมีทุเรียนถูกส่งออกไปแล้วกว่า 1,000 ตู้ หรือประมาณ 20,000 ตัน ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาดังกล่าว ซึ่งทุเรียนเหล่านี้ถูกตรวจปล่อยและรับรองว่าเป็น "ทุเรียนแก่" ทั้งที่มีความขัดแย้งกับห้วงเวลาที่รัฐคาดการณ์ไว้ว่าเป็นช่วงทุเรียนอ่อน

เจาะลึกปมดราม่า "ทุเรียนร้อยบาท" ไม่กระทบส่งออก  ราคาหน้าสวนยังยืน 140 บาท

ปัจจุบันกฎหมายควบคุมทุเรียนอ่อนขาดการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จงใจทำผิดกฎหมายไม่มีความเกรงกลัว ในขณะที่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบกลับกลายเป็นผู้เสียประโยชน์และเผชิญกับความเหลื่อมล้ำในการใช้กฎหมาย ซึ่งมาตรการเหล่านี้เคยใช้ได้ผลในอดีตเพราะคนยังมีความเกรงกลัว แต่ปัจจุบันทุกคนรู้ช่องว่างของกฎหมาย กลายเป็นว่าคนกล้าทำผิดที่มีสัดส่วนตั้งแต่ 40-80% เลือกที่จะทำทุเรียนอ่อนต่อไปเพราะไม่มีบทลงโทษที่รุนแรง มีเพียงการ 'ตักเตือน' เท่านั้น ซึ่งไม่เกิดประโยชน์และไม่สามารถกำราบคนทำผิดได้"

นอกจากนี้ นายสัญชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เกี่ยวกับการออกใบรับรองโรงเรือน (ล้ง) และใบรับรองสินค้า โดยมองว่ามีความซ้ำซ้อนและเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก เนื่องจาก มกอช. ทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้ออกกฎหมาย (ร่างมาตรฐาน) และเป็นผู้ปฏิบัติ (ตรวจปล่อยสินค้า) ในหน่วยงานเดียวกัน

"ตามหลักการบริหาร อำนาจนิติบัญญัติกับบริหารต้องแยกออกจากกัน คนเขียนมาตรฐานไม่ควรเป็นผู้ปฏิบัติเอง แต่ปัจจุบัน มกช. กลับเข้ามามีบทบาทในการตรวจปล่อยทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและเป็นการขัดขวางการส่งออกสินค้าที่ควรจะเป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็นับจากนี้ จะเห็นภาพสะท้อนที่แท้จริงของตลาด หากมีของเข้ามาล้นตลาดในช่วงนั้น ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นภาพที่จะชัดเจนขึ้น” นายสัญชัยกล่าวทิ้งท้าย