thansettakij
thansettakij
ปลัดเกษตรฯ สั่งคุมเข้มนมโรงเรียนปี 69  ย้ำคุณภาพ พร้อมตั้งทีมตรวจทั่วประเทศ

ปลัดเกษตรฯ สั่งคุมเข้มนมโรงเรียนปี 69 ย้ำคุณภาพ พร้อมตั้งทีมตรวจทั่วประเทศ

01 พ.ค. 69 | 11:59 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ค. 69 | 12:00 น.

กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าปรับเกณฑ์-จัดสรรนมโรงเรียนใหม่ พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจ 7 พื้นที่ ตรวจปริมาณน้ำนมจริง สกัดสวมสิทธิ-ยกระดับความโปร่งใสทั้งระบบย้ำเป้าหมายเด็กไทยต้องได้ดื่มนมคุณภาพตั้งแต่วันเปิดเทอม 18 พ.ค. คุมเข้มขนส่งถึงมือโรงเรียน

KEY

POINTS

  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์และสัดส่วนการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียนปี 2569 เพื่อให้เกิดความสมดุลและโปร่งใส
  • ออกมาตรฐานการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียน เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยจนถึงมือนักเรียน
  • แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 7 ชุดทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบที่แท้จริงของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ป้องกันการแอบอ้าง

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 5/2569 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ที่ประชุมรับทราบ ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน

ปลัดเกษตรฯ สั่งคุมเข้มนมโรงเรียนปี 69  ย้ำคุณภาพ พร้อมตั้งทีมตรวจทั่วประเทศ

โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรภายในกลุ่มพื้นที่ให้เกิดความสมดุล ดังนี้ ส่วนที่ 1 ไม่เกินร้อยละ 61 ของสิทธิที่ต้องการภายในกลุ่มพื้นที่ แบ่งเป็น สหกรณ์ ร้อยละ 49 รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10 สถาบันการศึกษา ร้อยละ 2 และส่วนที่ 2 ไม่เกินร้อยละ 39 ของสิทธิที่ต้องการภายในกลุ่มพื้นที่

ขณะเดียวกันได้รับทราบผลการดำเนินการรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 17–21 เมษายน 2569 ซึ่งมีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 87 ราย มียอดน้ำนมดิบที่ยื่นสมัครรวม 1,894.122 ตัน/วัน ขณะที่ความต้องการใช้น้ำนมดิบของโครงการอยู่ที่ 909.154 ตัน/วัน พร้อมรับทราบประกาศคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เรื่อง มาตรฐานการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียน ปี 2569 ซึ่งกำหนดแนวทางและมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการขนส่ง การควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงการจัดเก็บในสถานศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านมที่ส่งถึงนักเรียนมีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

นายวิณะโรจน์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ จึงได้แต่งตั้ง คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคที่สมัครเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 7 กลุ่มพื้นที่ โดยมีผู้แทนกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมเป็นคณะทำงานในชุดนี้ เพื่อตรวจสอบข้อมูล ป้องกันการแอบอ้างปริมาณน้ำนม และเพื่อยืนยันปริมาณน้ำนมที่แท้จริง รายงานผลต่อคณะอนุกรรมการบริหารกลางโดยตรง

โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงของปริมาณน้ำนมดิบที่ผู้ประกอบการยื่นเข้าร่วมโครงการ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมที่ยื่นสมัครสูงกว่าศักยภาพการรองรับของระบบ จึงจำเป็นต้องแยกส่วนการบริหารจัดการให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของนมโรงเรียนและนมเชิงพาณิชย์

ที่ประชุมได้ร่วมกันทบทวนแผนการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 เพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานให้ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การประกาศหลักเกณฑ์ การเปิดรับสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงการจัดสรรสิทธิ เพื่อให้สามารถส่งมอบนมได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางบริหารจัดการโครงการในช่วง 30 วันแรกของการเปิดภาคเรียน โดยมุ่งให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียน