
21 เม.ย. เดือด ม็อปโคนม ปิดถนนมิตรภาพ ไล่บี้หนี้ 600 ล้านบาท
สหกรณ์โคนมทั่วประเทศอ่วม อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบกว่า 600 ล้านบาท กระทบเกษตรกร 26 สหกรณ์ ขาดสภาพคล่องหนัก จ่อเคลื่อนไหวปิดถนนหน้ามิตรภาพ 21 เม.ย. เร่งรัฐอนุมัติเงินกู้กองทุนฯ ด่วน หวั่นอาชีพโคนมไทยพังยกแผง
KEY
POINTS
- เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนัด 21 เม.ย.69 ปิดถนนมิตรภาพเพื่อประท้วง หลังจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ค้างชำระค่าน้ำนมดิบเป็นมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท
- ปัญหาหนี้สินดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสหกรณ์โคนม 26 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ขาดสภาพคล่องและต้องกู้ยืมเงินมาจ่ายให้เกษตรกรสมาชิก
วิกฤตหนี้ค่าน้ำนมดิบลุกลาม กระทบห่วงโซ่การผลิตโคนมทั้งประเทศ หลังเกษตรกรและสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมเร่งกดดันภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหาเงินค้างชำระกว่า 600 ล้านบาท โดยเตรียมเคลื่อนไหวปิดถนนมิตรภาพบริเวณหน้าโรงงานขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อทวงสิทธิ์และความเป็นธรรม
นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัญหาการค้างชำระค่าน้ำนมดิบของ อ.ส.ค. ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ครอบคลุมสหกรณ์โคนมกว่า 26 แห่งทั่วประเทศ ทำให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถจ่ายเงินให้เกษตรกรสมาชิกได้ตามปกติ
สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้หลายสหกรณ์ต้องหันไปกู้เงินจากแหล่งทุนภายนอก เพื่อนำมาหมุนจ่ายค่าน้ำนมดิบให้สมาชิก ส่งผลให้แบกรับภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงโคนม ทั้งอาหารสัตว์และพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาหนี้สินของเกษตรกรให้พอกพูน
“วันนี้ อ.ส.ค. เองก็มีข้อจำกัดเรื่องการจัดสรรโควตานมโรงเรียน แต่เมื่อมีน้ำนมดิบส่วนเกินจากสหกรณ์หรือเอกชน ก็ต้องเข้าไปรับซื้อเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เมื่อรับซื้อแล้วไม่มีเงินจ่าย ก็กลายเป็นปัญหาลุกลาม เกษตรกรบางรายเริ่มขายน้ำนมให้กลุ่มทุนที่เข้ามากว้านซื้อ เพราะทนภาระไม่ไหว ทางกลุ่มได้มีมติ ปิดถนนมิตรภาพ ในวันที่ 21 เมษายนนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมนัดแรกหลังหยุดยาว ถ้าไม่มีคำตอบก็จะยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป” นายธีระชัยกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อ.ส.ค. ได้เสนอขอกู้เงินจำนวน 600 ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อนำมาใช้ชำระหนี้ค่าน้ำนมดิบ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากกองทุนแล้ว แต่ยังต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวต้องชะงักลงจากสถานการณ์ยุบสภาในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การอนุมัติไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ แม้ขณะนี้จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศแล้ว แต่การช่วยเหลือยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์คฯ จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพิจารณาอนุมัติเงินกู้จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจำนวนดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้สามารถนำมาชำระหนี้ค่าน้ำนมดิบที่ค้างอยู่
“หากยังล่าช้า อาจกระทบต่อความอยู่รอดของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั้งระบบ ไม่ใช่แค่บางพื้นที่ แต่จะลุกลามเป็นวิกฤตระดับประเทศ” นายธีระชัยกล่าวทิ้งท้าย







