
กรมวิชาการเกษตร ชู “รองเท้านารีเหลืองกระบี่” ผสานสมุนไพร สร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่
กรมวิชาการเกษตร เปิดตัวศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร จังหวัดกระบี่ ชู “กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่” พืชป่าหายาก ผสานองค์ความรู้สมุนไพรและเกษตรวิถีใหม่ มุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ ควบคู่การอนุรักษ์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- กรมวิชาการเกษตรยกระดับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแลนด์มาร์กแห่งใหม่
- ชู "กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่" ซึ่งเป็นพืชหายากและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เป็นจุดเด่นหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
- ผสมผสานองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยและการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้มาเยือน
- มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงาน (26 มี.ค. 2569) นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาต้นแบบ “ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร” ภายใต้แนวคิด “ยลความงามกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่ เที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่ เรียนรู้ศาสตร์สมุนไพร ในอ้อมกอดป่าใหญ่ที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมีนางศศิญา ปานตั้น และนางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะผู้บริหารเข้าร่วมในพิธี
ในโอกาสนี้ นายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความพร้อมของจังหวัดกระบี่ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของประเทศ โดยเน้นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และภาคเกษตร เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
กรมวิชาการเกษตร ได้ยกระดับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชู “กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่” ซึ่งเป็นกล้วยไม้ป่าหายากและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าหายากให้คงอยู่ในระบบนิเวศของประเทศไทย
พร้อมทั้งผสานองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยและการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งเผยแพร่งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ มีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 8,000 คน สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ในโอกาสที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ลงมาในพื้นที่ ได้มอบใบรับรอง GAP และปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชนในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
พร้อมทั้งได้สั่งการ ศวพ.กระบี่ ให้ความรู้แก่บุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนพระราชทาน ตำบลอ่าวนาง ได้มีความรู้ด้านการผลิตพืช เพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล






