
ประมงกระอัก! “น้ำมันเขียว” พุ่งพรวดแตะ 34.30 บาท มีผลวันพรุ่งนี้
นายกสมาคมฯ เผย“น้ำมันเขียว” พุ่งพรวดแตะ 34.30 บาท มีผลวันพรุ่งนี้ สมุทรปราการ ลุ้น ชี้ชะตาชาวเรือ วัดดวงราคาหวังจับสัตว์น้ำชดเชยต้นทุน
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันเขียวสำหรับชาวประมงปรับขึ้นอย่างรุนแรง แตะระดับ 34.30 บาทต่อลิตร จากเดิม 23.90 บาท
- การปรับขึ้นราคามีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปถึงวันที่ 21 มีนาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ
- ชาวประมงชี้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นอาจทำให้เรือออกหาปลาน้อยลง และทางรอดเดียวคือราคาสัตว์น้ำต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม
"ฐานเศรษฐกิจ" เกาะติดสถานการณ์ต้นทุนพลังงานภาคการประมง หลังมีรายงานการปรับราคาน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในราคาประยัด หรือ “น้ำมันเขียว” ที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการเรือประมงในพื้นที่อ่าวไทย
นายพิชัย แซ่ซิ้ม นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในวันที่ 15-21 มีนาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ราคาน้ำมันเขียวในฝั่งอ่าวไทยจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยจะขยับจากราคาเดิม 23.90 บาท ขึ้นไปอยู่ที่ 34.30 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการกระโดดของราคาที่สูงมาก แม้ในอดีตจะเคยแตะระดับ 30 กว่าบาทมาแล้วในช่วงวิกฤต แต่ครั้งนี้สร้างความกังวลให้แก่ชาวประมงอย่างยิ่ง
ทั้งนี้การการกำหนดราคาน้ำมันเขียวนั้นในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยจะมีการปรับราคาเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยใช้หลักการ “ราคาเฉลี่ยทั้งสัปดาห์” (จันทร์-ศุกร์) ซึ่งกลุ่มผู้จำหน่ายรายใหญ่ 2-3 รายจะเป็นผู้กำหนดราคาและแจ้งให้ทางสมาคมฯ หรือเจ้าของเรือทราบในทุกวันศุกร์ ช่วงเวลาประมาณ 10:00 น. เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวก่อนที่ราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเย็นวันอาทิตย์
อย่างไรก็ดี น้ำมันเขียวมีข้อกำหนดในการใช้งานที่เข้มงวด คือ ต้องจำหน่ายและใช้งานเฉพาะในทะเลเท่านั้น ห้ามนำขึ้นมาบนฝั่งโดยเด็ดขาด และผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อจะต้องเป็นเรือประมงที่มี “รหัสประจำเรือ” ที่ถูกต้องตามระเบียบเท่านั้น
ชี้ทางรอดเดียวคือ “ราคาสัตว์น้ำ” ต้องขยับตาม เมื่อถามถึงผลกระทบต่ออาชีพประมง นายพิชัยวิเคราะห์ว่าต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวกับความอยู่รอดของชาวเรือ โดยมีสูตรคำนวณง่ายๆ คือ “ถ้าราคาน้ำมันขึ้น ราคาสัตว์น้ำต้องขึ้นตาม”
"ธรรมชาติของเจ้าของเรือจะมีการประเมินก่อนเสมอ หากออกเรือไปแล้วเสี่ยงขาดทุนเขาก็จะไม่ยอมออก ซึ่งเมื่อเรือประมงออกน้อยลง ปริมาณสัตว์น้ำที่เข้าสู่ท้องตลาดก็จะลดลงตามกลไกตลาด และจะส่งผลให้ราคาสัตว์น้ำขยับสูงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ"
อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรปราการ ย้ำเตือนทิ้งท้ายว่า "สำหรับเจ้าของเรือที่ยอมรับความเสี่ยงได้ อาจจะมองว่าเป็นโอกาสที่จับสัตว์น้ำได้ในราคาที่สูงขึ้นเพราะคู่แข่งในทะเลน้อยลง แต่ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันแพงแต่ราคาสัตว์น้ำไม่ขยับตาม แบบนี้คือขาดทุนล้านเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน"











