
วิกฤตประมงไทย! แรงงานหาย น้ำมันแพง หนี้รุม สมาคมประมงยื่นรัฐเร่งแก้ด่วน
สมาคมประมงฯ ยื่นหนังสือด่วนถึงภาครัฐ เรียกร้องเร่งแก้ปัญหาใหญ่ของภาคประมง ทั้ง แรงงานต่างด้าวขาดแคลน ระบบ e-work permit ติดขัด ต้นทุนน้ำมันพุ่ง และภาระหนี้สินผู้ประกอบการ ที่กำลังกดดันธุรกิจประมงไทยอย่างหนัก จนเสี่ยงกระทบต่อห่วงโซ่อาหารทะเลและเศรษฐกิจชายฝั่งทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- ผู้ประกอบการประมงเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวจากความล่าช้าของระบบ e-work permit ทำให้เรือจำนวนมากไม่สามารถออกหาปลาได้
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความยากลำบากในการเข้าถึงสถานีบริการน้ำมันสำหรับเรือ ทำให้ต้นทุนการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้นอย่างมาก
- ชาวประมงเผชิญภาระหนี้สินจากโครงการสินเชื่อของรัฐที่ครบกำหนดชำระ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไป
นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผู้ประกอบการกำลังเผชิญ ปัญหาแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล โดยเฉพาะข้อจำกัดของระบบ e-work permit และการจ้างงานแบบ outsource ที่ทำให้การนำแรงงานเข้าสู่ระบบเกิดความล่าช้า ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เรือประมงจำนวนมาก ไม่สามารถออกทำการประมงได้เต็มกำลัง กระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำในตลาด และอาจส่งผลต่อราคาสินค้าอาหารทะเลในประเทศในระยะต่อไป
สมาคมจึงเรียกร้องให้หน่วยงานด้านแรงงานเร่งหารือแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้แรงงานได้อย่างถูกกฎหมายและไม่สะดุด ราคาน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมเรือประมงพื้นบ้าน อีกหนึ่งปัญหาที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดสมุทรปราการ หรืออีกหลายจังหวัดที่กำลังทำเรื่องร้องเข้ามา ไม่มีปั๊มน้ำมันบริการเรือประมงในพื้นที่ทำให้ชาวประมงต้อง ขนน้ำมันด้วยถังหรือแกลลอนจากบนฝั่ง เพื่อนำไปเติมเรือ เพิ่มต้นทุนและความยุ่งยากในการประกอบอาชีพอย่างมากสมาคมประมงสจึงขอให้หน่วยงานรัฐพิจารณา ผ่อนผันมาตรการบางประการ เพื่อให้ชาวประมงสามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้สะดวกขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาคประมงยังเผชิญ ภาระหนี้จากโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ที่กำลังครบกำหนดชำระผู้ประกอบการจำนวนมากระบุว่า รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากปัญหาหลายด้าน จึงขอให้รัฐบาล ขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ในระยะแรก เพื่อป้องกันการล้มเลิกกิจการของผู้ประกอบการรายย่อย
นายไตรฤกษ์ กล่าวว่า ในการประชุมใหญ่ของสมาคมประมงแห่งประเทศไทย สมาชิกได้เสนอแนวทางแก้ไขหลายประเด็นสำคัญ เช่น ศึกษาเครื่องมือประมงอวนรุนสำหรับเรือพื้นบ้านทดลองใช้เครื่องมืออวนลากนอกเขต 3,000 เมตร เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ,ตรวจสอบการนำเข้าสัตว์น้ำผิดกฎหมายจากต่างประเทศแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเอกสารแรงงานประมง (Seabook),ปรับระบบบริหารเรือประมงพาณิชย์ที่มีใบอนุญาตทบทวนมาตรการพื้นที่อนุรักษ์จากแท่นผลิตปิโตรเลียม ข้อเสนอเหล่านี้ถูกยื่นต่อหน่วยงานรัฐเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขโดยเร็ว
อย่างไรก็ดีภาคประมงถือเป็นหนึ่งใน เสาหลักเศรษฐกิจอาหารทะเลของประเทศไทย ทั้งในด้านการส่งออก การจ้างงาน และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลืออย่างไร ก่อนที่คลื่นวิกฤตจะซัดธุรกิจประมงไทยหนักกว่าเดิม

