

KEY
POINTS
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” กรณีที่ กรมปศุสัตว์ ตรวจพบและจับกุมการลักลอบนำเข้าไข่เชื้อ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้วนั้น แต่ล่าสุดยังคงพบความพยายามลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไก่ไข่เป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ 8 องค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่, สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่, สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าลูกไก่ไข่ ไก่พันธุ์ไข่ และไข่เชื้อเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
นายมาโนช อธิบายว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของเกษตรกรที่ต้องการนำพันธุ์สัตว์มาเลี้ยงทดแทนไก่ไข่ที่ปลดระวางไปก่อนหน้านี้ ตามมาตรการความร่วมมือกับภาครัฐ ประกอบกับสถานการณ์ราคาไข่ไก่ที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้ผู้เลี้ยงจำนวนมากทยอยปลดแม่ไก่ก่อนกำหนด และวางแผนนำไก่รุ่นใหม่เข้าเลี้ยงทดแทน
“ช่องว่างตรงนี้เองที่ขบวนการลักลอบฉวยโอกาส นำลูกไก่ไข่และไก่พันธุ์ไข่เข้ามาแบบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง”
ประเด็นที่น่าห่วงที่สุดคือความเสี่ยงด้านโรคระบาด โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก ซึ่งอาจปะปนมากับสินค้าที่ลักลอบนำเข้า หากเกิดการแพร่ระบาดในประเทศ จะสร้างความเสียหายรุนแรงต่ออุตสาหกรรมไก่ไข่ และอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสำคัญของโลก
ทั้งนี้ กลุ่มสมาคมและสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ จึงเรียกร้องให้กรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเลี้ยงสัตว์ การนำเข้า และการควบคุมโรคระบาด เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าพันธุ์สัตว์อย่างจริงจัง พร้อมติดตามเอาผิดผู้กระทำความผิด รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังในลักษณะนายทุน ให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศโดยรวม
นายมาโนช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพันธุ์สัตว์เป็นโจทย์ที่ทุกฝ่ายรับทราบแนวทางแก้ไขดีอยู่แล้ว ในช่วง 6–7 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมถือว่าเดินมาถูกทาง แต่ยังมีปัญหาในรายละเอียด โดยเฉพาะการกระจายพันธุ์สัตว์ที่ไม่ทั่วถึง ซึ่งจำเป็นต้องทบทวนมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์
“ปีที่แล้วผมเคยเสนอให้ทบทวนมาตรการกระจายพันธุ์สัตว์ เพราะเป็นหัวใจของปัญหา วันนี้คนเลี้ยงน้อยก็อยากขยาย คนเลี้ยงมากก็ยิ่งอยากเพิ่ม คนที่ไม่เคยเลี้ยงก็เข้ามาใหม่ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่ยังมีความมั่นคงและพอทำกำไรได้” นายมาโนช ระบุ
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า หากมีการเปิดเสรีหรือบริหารจัดการไม่รอบคอบ จนเกิดภาวะล้นตลาดและขาดทุน ผู้ประกอบการอาจเผชิญความเสี่ยงรุนแรง พร้อมทิ้งท้ายด้วยหลักคิดในวงการที่รู้กันดีว่า “เลี้ยงน้อยกำไรมาก เลี้ยงมากกำไรหมด” สะท้อนความเปราะบางของกลไกตลาดที่ต้องอาศัยการกำกับดูแลอย่างสมดุล