

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ คือ มันสำปะหลัง ซึ่งมีความต้องการสูงทั้งในและต่างประเทศ แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอ นับเป็นโอกาสสำคัญของเกษตรกรไทยในการเพิ่มปริมาณและพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตอบโจทย์ตลาด
จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังสำคัญของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่และบริการมูลค่าสูง ณ แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 2 ตำบลคำพะอุง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยวางต้นแบบผลิตครบวงจร เป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังหลักของประเทศ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวทาง 9+1 Climate Smart Cassava Technology ครอบคลุมตั้งแต่
ผลการดำเนินงานปี 2568 พบว่า เกษตรกรแปลงใหญ่แห่งนี้ รายได้เพิ่มขึ้น จาก 6,690 บาท เป็น 12,000 บาทต่อไร่ ต้นทุนลด ผลผลิตเพิ่มจาก 3 ตัน เป็น 5 ตันต่อไร่ ต้นทุนการผลิตลดลงจาก 7,440 บาท เหลือ 7,350 บาท ราคาขายขยับจาก 2.16 บาท เป็น 2.40 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้รายได้เกษตรกรเติบโต 79.36% และมีอัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน (ROI) สูงถึง 63.27%
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตอย่างครบวงจร ควบคู่การจัดการตลาดเชิงรุก สามารถยกระดับมันสำปะหลังจากพืชไร่ทั่วไปสู่พืชมูลค่าสูงได้จริง จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรสู่การเป็น “Smart Cassava Farmer” พร้อมเป็นต้นแบบขยายการพัฒนาแปลงใหญ่มันสำปะหลังในจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่อื่นต่อไปอย่างยั่งยืน