
เปิดตลาดหมูไทยบุกมาเลเซีย กรมปศุสัตว์ดันส่งออก 4 พันล้าน หนุนเสถียรภาพราคา
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ ขอบคุณกรมปศุสัตว์ เจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็น–แช่แข็งสู่มาเลเซียสำเร็จ คาดมูลค่าส่งออกปี 2569 แตะ 4,000 ล้านบาท ช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน รับมือกำลังผลิตหมูเพิ่ม
KEY
POINTS
- กรมปศุสัตว์ประสบความสำเร็จในการเจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็นและแช่แข็งไปยังประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
- มาเลเซียได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการไทย 4 รายสามารถส่งออกได้แล้ว โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,000 ล้านบาทภายในปี 2569
- การส่งออกครั้งนี้จะช่วยดูดซับผลผลิตสุกรส่วนเกินในประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาหมูในไทย
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ ได้ประชุมร่วมกับนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ซึ่งได้ประกาศความสำเร็จในการเจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็นและเนื้อสุกรแช่แข็งไปยังประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการแล้ว
โดยล่าสุดมาเลเซียส่งหนังสืออนุมัติให้ผู้ประกอบการไทย 4 รายส่งเนื้อและชิ้นส่วนสุกรแช่เย็น–แช่แข็งไปมาเลเซียได้ คาดมูลค่าส่งออกตลาดมาเลเซียประมาณ 4,000 ล้านบาทในปี 2569
“การเปิดตลาดครั้งนี้นับเป็นข่าวดี เกษตรกรรู้สึกขอบคุณในความทุ่มเทครั้งนี้เป็นผลจากการที่อธิบดีกรมปศุสัตว์นำทีมเจรจากับกรมสัตวแพทย์และบริการของมาเลเซีย สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานสินค้าไทย เมื่อไทยส่งออกได้จะช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคาหมูของไทยอย่างแน่นอน” นายสิทธิพันธ์ กล่าว
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานเชิงรุกของกรมปศุสัตว์ ซึ่งได้นำคณะผู้แทนฝ่ายไทยเจรจาและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายมาเลเซีย ผ่านกระบวนการตรวจประเมินสถานประกอบการที่ฝ่ายมาเลเซียเดินทางมาตรวจสอบในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพของระบบการผลิตปศุสัตว์ไทยในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยอาหาร และการควบคุมคุณภาพที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
นายสิทธิพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการวิเคราะห์การผลิตและตลาดสุกรซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ได้คาดการณ์ปริมาณการผลิตหมูในปี 2569 ของไทยว่าจะมีผลผลิต 24.29 ล้านตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งมี 23.49 ล้านตัว เป็นผลจากการที่เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดีในปีนี้ จึงได้มีการวางแผนด้านการตลาดรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว






